สวัสดิการทางด้านสุขภาพกาย อาจจะเริ่มไม่เพียงพอแล้ว

ได้อ่านนิตยสาร HR Magazine ฉบับเดือน กันยายน 2018 มีบทความหนึ่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องของสวัสดิการ ชื่อบทความว่า Working well เขียนโดย Theresa Agovino ได้ระบุในบทความว่า สวัสดิการในเรื่องของกายภาพ และสุขภาพทางกายของพนักงานนั้น เริ่มที่จะไม่เพียงพอ จะต้องเน้นไปที่สุขภาพองค์รวมมากกว่า ก็คือ ต้องมีทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ

ปัจจุบันบริษัทที่จัดสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงานนั้น มักจะเน้นไปที่เรื่องของสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เจ็บป่วย หาหมอ หรือต้องนอนโรงพยาบาล นอกจากประกันแล้ว บางบริษัทก็ยังจัดให้มีสวัสดิการด้านนี้ให้กับพนักงานเพิ่มเติมจากกฎหมาย

ระยะหลังก็เริ่มเป็นสวัสดิการเพื่อการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น ให้มีการออกกำลังกาย บางบริษัทจัดให้มีสถานที่ออกกำลังกายภายในบริเวณบริษัทเลย บางบริษัทที่มีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ ก็มีการสมัครฟิตเนสให้ เพื่อให้พนักงานไปใช้ออกกำลังกายได้

มีเรื่องของการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้เห็นแนวโน้มของสุขภาพของตนเองว่า จะต้องมีการป้องกัน และแก้ไขอะไรบ้าง เพื่อให้สุขภาพของตนเองดีอยู่เสมอ

แต่ในปัจจุบันที่สภาพแวดล้อมของการทำงานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างต้องรวดเร็ว ต้องถูกต้อง ความคาดหวังของลูกค้า และของนาย สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำงานไม่ค่อยเป็นเวลา เพราะเทคโนโลยีที่ติดต่อกันได้ตลอดเวลา เริ่มทำให้พนักงานต้องทำงานตลอดเวลา เวลาพักผ่อนอาจจะน้อยลง หรือไม่เป็นเวลา

ดังนั้น องค์กรที่สหรัฐอเมริกา ก็เริ่มที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพจิตของพนักงานมากขึ้น เช่น เรื่องความเครียด ความกดดัน ภาวะซึมเศร้า ภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงาน รวมถึงการนอน และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการทำงานของพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็เลยมีการจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้กันมากขึ้น

  • จัดให้มีจิตแพทย์ ประจำบริษัท เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสได้เข้าพบ และพูดคุยปรึกษาในเรื่องของตนเอง ในต่างประเทศ การคุยกับจิตแพทย์เป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ในประเทศไทย อาจจะยังกลัวคนอื่นมองอยู่
  • มีการจัดเรื่องการโภชนาการให้กับพนักงาน ก็คือ มีการให้คำปรึกษาในเรื่องของการกินอาหาร การจัดอาหารเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงานแต่ละคน
  • สอนโยคะ เป็นการสอนโยคะ และให้พนักงานได้ฝึกโยคะ เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยส่วนหนึ่ง
  • ฝึกสมาธิ บางบริษัทมีการจัดสอนการฝึกสมาธิให้พนักงาน มีการจัดห้องเพื่อให้พนักงานได้สงบจิตใจ เวลาที่เกิดความเครียดในการทำงาน
  • จัดสถานที่ให้นอนพัก เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายบริษัทในอเมริกาเริ่มมีการจัดให้พนักงาน เนื่องจากเขาเชื่อว่าร่างกาย และจิตใจที่เหนื่อยล้า จะทำให้การทำงานแย่ลง ดังนั้น ถ้าง่วง หรือเหนื่อยมากๆ ก็เข้าห้องที่จัดให้นอนได้เลย เพื่อจะหลับ จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาทำงานต่อด้วยความกระปรี้กระเปร่าได้
  • จัดให้มีการนวดผ่อนคลาย ต่างประเทศ ก็เริ่มใช้การนวดคอบ่าไหล่ เพื่อลดความตึงเครียดให้กับพนักงานในช่วงเวลาทำงาน
  • ให้พนักงานมีสิทธิลาไปปฏิบัติธรรมโดยได้รับค่าจ้าง บางบริษัทก็มีการให้พนักงานได้ลาไปปฏิบัติธรรม หรือ ลาไปเพื่อเข้าหลักสูตรพัฒนาทางด้านจิตใจต่างๆ เพื่อลดความเครียดในการทำงานลง และเพื่อเป็นการฝึกจิตให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย

นอกจากสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมเรื่องของสุขภาพใจของพนักงานแล้ว องค์กรเหล่านี้ ยังมีโปรแกรมอบรม และ coach ผู้จัดการ และผู้นำในระดับต่างๆ ให้บริหารจิตใจของพนักงานให้เป็นอีกด้วย คือ เขามีความคิดว่า แค่เพียงสวัสดิการทางด้านสุขภาพใจอย่างเดียวไม่พอ หัวหน้าเองก็ต้องไม่ไปทำให้พนักงานเกิดความเครียดจนเกินเหตุด้วย

มิฉะนั้นสวัสดิการด้านจิตใจจะดีแค่ไหนก็ไม่พอ ถ้านายยังคงสร้างความเครียดให้พนักงานได้ตลอดเวลา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: