ผู้จัดการส่วนใหญ่คิดว่าตนเองสอนงาน แต่พนักงานกลับคิดตรงข้าม

Feedback and Coaching สองคำนี้คงไม่มีใครไม่เคยได้ยิน เป็นสองคำที่ในยุคนี้พูดกันบ่อยมาก และองค์กรต่างๆ ก็พยายามที่จะผลักดันให้เหล่าบรรดาผู้จัดการของตนเองต้องทำการ Feedback and Coaching พนักงานของตนเอง เพราะเชื่อว่าผลลัพธ์ของการสอนงานนั้นมันมีคุณค่าต่อทั้งคนเรียน คนสอน และต่อองค์กร

แต่ในทางปฏิบัติเรื่องของการสอนงานตามแนวทางของคำว่า Coaching นั้นมันยากเหมือนกัน แต่ผู้จัดการหลายๆ คนก็ยังเชื่อว่า เขาสอนงานพนักงานทุกวัน

เราลองมาดูนิยามของคำว่า Coaching กันสักหน่อย

นิยามนี้ผมนำมาจากหนังสือเรื่อง Coaching for Performance ของ Sir John Whitmore, ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นกูรูในเรื่องของการ Coaching อีกท่านหนึ่ง ได้ให้คำนิยามของคำว่า Coaching ไว้ว่า “unlocking a person’s potential to maximize their own performance. It is helping them to learn rather than teaching them.”

แปลเป็นไทยก็คือ เป็นการปลดล็อคทางด้านศักยภาพของพนักงาน เพื่อให้เขานำเอาศักยภาพที่มีอยู่นั้นมาสร้างผลงานที่ดีขึ้น และเป็นการช่วยให้พนักงานเรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง มากกว่าที่จะเป็นอธิบายแบบบอกให้ทำ

สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าพูดถึง Coaching แปลว่า จะต้องมีการฟัง มีการทำความเข้าใจพนักงาน มีการสังเกตพฤติกรรม และมีการตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นศักยภาพของพนักงานให้เขา “ปิ๊ง” หรือ “ร้องอ๋อ” จากนั้นเขาก็จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่งของการทำงาน โดยที่หัวหน้าไม่ได้จับมือให้ทำ

สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาที่อยู่ในการอบรมเรื่อง Coaching ผมมักจะตั้งคำถามว่า “ใครที่ Coaching ลูกน้องทุกวันบ้าง” คำตอบก็คือ 95% ของคนเรียนตอบว่า “Coach อยู่ทุกวันเลย”

แต่พอไปถามพนักงานที่เป็นลูกน้องของผู้จัดการกลุ่มนี้ ว่า หัวหน้าของเขานั้น Coaching พนักงานทุกวันหรือไม่ พนักงานกลับตอบว่า ไม่เห็นจะได้รับการ Coaching จากผู้จัดการของเขาเลย สิ่งที่พนักงานได้รับก็คือ

  • เรียกเข้ามาหา แล้วบ่นให้ฟังถึงผลงานว่า “ทำไมทำแบบนี้ รู้ตัวใช่มั้ยว่าทำผิด เพราะฉะนั้นไปแก้ไขมา คราวหน้าอย่าให้ผิดพลาดแบบนี้อีก” (ผู้จัดการคิดว่านี่คือ Coaching แต่ลูกน้องเรียกว่า บ่น)

 

  • เรียกมาบอกขั้นตอนการทำงาน โดยการอ่านตามคู่มือการทำงาน ไล่ไปทีละขั้น (ผู้จัดการคิดว่านี่คือ Coaching แต่ลูกน้องเรียกว่า อ่านคู่มือให้ฟัง)

 

  • เรียกมาด่า และตำหนิ ด้วยอารมณ์รุนแรง เมื่อพอใจแล้ว ก็แยกย้าย (ผู้จัดการคิดว่านี่คือการ Feedback แต่พนักงานเรียกว่า เป็นการเรียกมาด่าประจาน)

 

  • เรียกมา แล้วก็เล่าประวัติศาสตร์ของบริษัท และหน่วยงานอย่างละเอียด พร้อมกับชี้แจงถึงผลงานของตนเองที่ผ่านมาว่าดีแค่ไหน สุดยอดแค่ไหน แล้วก่อนจบก็สำทับว่า ให้พนักงานทำแบบที่เขาพูดมาทั้งหมด (ผู้จัดการคิดว่านี่คือการ Coaching แต่พนักงานเรียกว่าการพร่ำเพ้อพรรณนา)
  • ฯลฯ

นี่ถือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ ที่พยายามส่งเสริมให้ผู้จัดการต้อง Coaching ลูกน้อง แต่ไม่ได้ให้นิยาม และเทคนิคของการ Coaching ที่ถูกต้องให้กับผู้จัดการ ผลก็คือ ผู้จัดการแต่ละคน ต่างก็คิดกันไปเองว่า ที่เขาทำก็คือการ Coaching แล้ว

การ Coaching เพื่อให้พนักงานพัฒนาผลงานนั้น ถ้าจะทำกันจริงๆ จะต้องมีการกำหนดหัวข้อ และวางแผนเรื่องที่จะ Coach กันอย่างชัดเจนมากๆ ผู้จัดการจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรม และวิธีการทำงาน ส่วนพนักงานเองก็ต้องพยายามสังเกตตนเองด้วยเช่นกัน จากนั้น ก็จะมีการมาพบกัน เพื่อพูดคุยกัน ซึ่งก็คือ การให้ Feedback และผู้จัดการก็จะตั้งข้อสังเกต และใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้พนักงานได้คิด และต่อยอดความคิดของตนเองออกไปให้ได้

ก็เพื่อสุดท้ายแล้วทำให้พนักงานทราบถึงศักยภาพของตนเอง และสามารถใช้ศักยภาพนั้นในการสร้างผลงานที่ดีขึ้นได้ต่อไป

วันนี้ท่าน Coach ลูกน้องแล้วหรือยัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: