บทบาทของผู้จัดการและผู้บริหารที่สามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพนักงานได้

เมื่อวานเขียนถึงเรื่องของ Burnout กันไป ผมมีทิ้งท้ายไว้ว่า ในยุคนี้ที่พนักงานเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ง่าย เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานมันเอื้อให้เป็นแบบนั้น ดังนั้น ผู้จัดการ ผู้บริหาร รวมถึงฝ่ายบุคคลเองก็ควรที่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาในเรื่องความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพนักงานด้วยเช่นกัน

การแก้ไขเรื่อง Burnout ของพนักงานนั้น สามารถทำได้ แต่ผู้บริหารทุกระดับจะต้องร่วมมือกัน และช่วยกันป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น โดยการ…

  • ผู้บริหารและผู้จัดการต้องหมั่นสังเกต คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานที่มีความผูกพันสูงๆ จะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของพนักงานว่าเป็นอย่างไร จะต้องมีการพูดคุย ให้คำปรึกษา สอบถามทุกข์สุข อยู่เสมอๆ เพื่อดูว่า พนักงานเริ่มที่จะเหนื่อย เครียด บ้างหรือไม่ ก็คือ ต้องให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ทำงานไปตามยถากรรม เพราะคิดว่าเขาเก่งแล้วก็เลยไม่ต้องเข้าไปพูดคุยอะไรมาก ซึ่งจริงๆ แล้ว พนักงานที่เก่งๆ ก็ต้องการความใส่ใจจากนายเหมือนกัน และด้วยความใส่ใจนี้เอง ที่จะช่วยผ่อนความเครียดจากการทำงานลงไปได้ ผู้จัดการควรจะเข้าไปสอบถามทุกข์สุข เรื่องส่วนตัวบ้าง ทำงานดี ก็ให้คำขอบคุณบ้าง ฯลฯ เพื่อทำให้พนักงานรับทราบว่า ผู้บริหารทราบว่าเขาทำงานเหนื่อยจริงๆ หรือบางองค์กรก็ใช้วิธีที่ว่า เมื่อไหร่ที่พนักงานทำงานเสร็จ ก็จะให้หยุดพักผ่อนสัก 2-3 วันเพื่อจะได้ลดความเครียดในการทำงานลงไปบ้าง ไม่ใช่จบงานนี้ก็ต่องานนั้นเลย

 

  • ผู้จัดการและหัวหน้างานต้องแบ่งเวลาให้ถูกต้อง ผู้บริหารและผู้จัดการ หรือหัวหน้างาน จะต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดี รู้ว่าเวลาไหนควรจะสั่งงาน เวลาไหนคือเวลาพักผ่อนของพนักงาน การสั่งงานตอนดึกๆ หรือวันหยุดอาจจะทำได้บ้างในงานที่สำคัญและเร่งด่วน แต่ก็ต้องไม่คาดหวังให้พนักงานตอบในทันทีเดี๋ยวนั้น เพราะเวลานั้นไม่ใช่เวลาในการทำงานของพนักงาน หัวหน้าและผู้จัดการต้องฝึกที่จะวางแผนการทำงานของตนเองด้วยเช่นกัน เพื่อให้การมอบหมายงานเป็นไปอย่างเหมาะสม

 

  • สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี สภาพแวดล้อมในการทำงานก็มีส่วนสำคัญ อาจจะต้องมีการจัดมุมผ่อนคลายบ้าง ให้มีการสังสรรค์กันเล็กๆ บ้าง หรืออาจจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกายบ้าง เพื่อลดความเครียดของการทำงานลงได้ หรือแม้แต่ถ้าพนักงานจะจับกลุ่มคุยกัน สรวลเสเฮฮากันบ้าง ก็ไม่น่าจะไปซีเรียสอะไรมาก เพราะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมงาน และหัวหน้างาน จะเป็นตัวช่วยลดความเครียดในการทำงานลงไปได้

 

  • ให้คำปรึกษา และคำแนะนำแก่พนักงาน คนที่เป็นผู้จัดการ และหัวหน้างาน ควรจะจัดเวลาในการพูดคุยทั้งในเรื่องงาน และเรื่องทั่วไปกับพนักงานแต่ละคนบ้าง แบบไม่ต้องเป็นทางการมากนัก เพื่อจะได้ให้พนักงานได้ระบายความในใจในเรื่องงานออกมาบ้าง และเราจะได้รับทราบว่า พนักงานรู้สึกอย่างไรกับการทำงานบ้าง เมื่อพนักงานได้พูดคุย ได้ระบายบ้าง ก็จะรู้สึกดีขึ้น ความเครียดก็จะลดลง แต่ผู้จัดการเองก็ต้องพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ฟังที่ดีด้วยเช่นกัน

 

  • มอบหมายงานให้สมดุล ผู้จัดการก็ต้องสังเกตเรื่องของภาระงานของพนักงานแต่ละคนด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานที่อยากทำ อาสาทำงานทุกเรื่อง เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ ดังนั้น ต้องคอยสังเกต Workload ของพนักงานแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่มีความผูกพันสูงๆ ว่าเริ่มที่จะหนักเกินกว่าที่จะรับไหวหรือไม่ และต้องพัฒนาพนักงานที่ยังไม่เก่ง ให้เก่งขึ้นด้วย เพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระการทำงานให้สมดุลกันไปในทีมงาน จะได้ไม่มีใครหนักกว่าใคร

 

  • ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลควรปรับนโยบายในการบริหารบุคคลบ้าง เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้การทำงานรวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น และเน้นไปที่ผลลัพธ์และความสำเร็จในการทำงานมากขึ้น ดังนั้น ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลควรจะใช้ประโยชน์จากข้อดีตรงนี้ในการปรับปรุงวิธีการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน สวัสดิการเล็กๆ ต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสพักผ่อน ผ่อนคลายได้บ้าง เช่น เรื่องของการปรับเวลาเข้างาน เลิกงาน ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น การปรับปรุงกฎระเบียบข้อบังคับบางประเด็นให้ยืดหยุ่นมากขึ้นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

 

  • เพิ่มเติมสวัสดิการที่ส่งเสริมการลดความเครียดจากการทำงาน อาทิ
    • วันหยุดพักผ่อนประจำปี
    • การทำงานจากนอกบริษัทเพื่อลดความเครียดจากการเดินทางมาทำงาน
    • การส่งเสริมให้พนักงานไปเที่ยว โดยไปทำสัญญากับรีสอร์ตดีๆ สัก 1-2 แห่ง เพื่อให้พนักงานได้รับส่วนลดพิเศษเวลาไปพักผ่อน
    • การจัดให้มีสปา หรือนวดเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงาน
    • กิจกรรมออกกำลังกายร่วมกัน
    • สวัสดิการทำผม ทำเล็บ
    • มุมพักผ่อนให้กับพนักงาน
    • ฯลฯ

หากองค์กรไหนที่รู้สึกว่าพนักงานเริ่มที่จะมีความเครียดในการทำงานสูงขึ้น เริ่มที่จะมีความเหนื่อยล้าจากการทำงานมากขึ้น ก็คงต้องลองเอามาตรการข้างต้นไปปรับใช้ดูแล้วล่ะครับ เพราะเรื่องของความเหนื่อยล้านั้น มีแต่จะส่งผลเสียต่อตัวพนักงาน ต่อการทำงานของพนักงาน และต่อผลงานขององค์กรในระยะยาว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: