เหมือนยุคนี้จะเป็นยุคแห่งความเหนื่อยล้าจากการทำงาน (Burnout)

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้ยินคำว่า Burnout มากขึ้นกว่าในอดีต ผมเองก็ทำงานมาประมาณ 26 ปีตั้งแต่จบการศึกษามา ในสมัยนั้นคำว่า burnout เรียกว่ายังไม่มีใครพูดกันเลย ก็อาจจะมีบ้างที่เครียดจากการทำงาน แต่ไม่ค่อยเห็นแบบว่า เครียด เหนื่อย จนแบบเป็นปัญหาทั้งกายทั้งใจตามมาอีกมากมายเหมือนสมัยนี้

ระยะหลังๆ เริ่มมีบทความเรื่องนี้มากขึ้น เริ่มมีข่าวคราวของพนักงานที่ทำงานจนเหนื่อยตายให้เห็นมากขึ้น บ้างก็เหนื่อยจนเป็นโรคต่างๆ ตามมา ทั้งโรคทางกาย และโรคทางใจ

ยิ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น แบบว่าทำงานที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ มันก็ยิ่งทำให้การทำงานกับชีวิตส่วนตัวมันแบ่งแยกกันลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเคยเห็นพ่อแม่บางคนต้องติดเอาโน้ตบุ้คไปทำงานขณะที่พาลูกๆ ไปเที่ยวก็เยอะ มันก็เลยยิ่งทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ง่ายมากขึ้นกว่าในอดีต

ได้อ่านบทความหนึ่งจาก Harvard Business Review ซึ่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องของความเหนื่อยล้าในการทำงาน โดยเขาได้อ้างอิงถึงงานวิจัยของ Deloitte ที่ได้ทำวิจัยความเหนื่อยล้าในการทำงาน กับพนักงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจำนวน 1,000 คน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลที่ได้ออกมาดังต่อไปนี้

  • พนักงานจำนวนถึง 77% บอกว่า มีประสบการณ์ในเรื่องของความเหนื่อยล้าจากการทำงานในงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ และครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้บอกว่า เขารู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา

 

  • พนักงานจำนวน 87% ตอบว่า เขารู้สึกชอบงานที่ทำอยู่ และมี passion ในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ จำนวน 64% ของพนักงานที่มี passion ในการทำงานก็ยังรู้สึกถึงความเครียดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ซึ่งความเครียดนี้ก็จะส่งผลต่อความเหนื่อยล้าจากการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะดูเหมือนว่างานที่ทำมันจะไม่มีแนวโน้มที่จะลดความเครียดลงได้เลย

 

  • และเมื่อสอบถามว่า แล้วผู้จัดการของตนเองที่ทำงานด้วยนั้น มีวิธีการที่จะลดความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพนักงานลงได้บ้างหรือไม่ คำตอบที่ได้มาก็คือ พนักงานจำนวน 69% ตอบว่า หัวหน้า หรือผู้จัดการของเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับความเครียดของพนักงานจากการทำงานได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังไปเพิ่มความเครียดในการทำงานให้กับพนักงานมากขึ้นอีกด้วยซ้ำ

 

  • พนักงานจำนวน 21% ไม่เชื่อว่า องค์กรจะเสนอแนวทางหรือวิธีการในการบริหารจัดการกับความเครียด และความเหนื่อยล้าในการทำงาน

จากผลวิจัยเล็กๆ นี้ อย่างน้อยก็ทำให้เรามองเห็นว่า แนวโน้มของความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานในยุคนี้มันเกิดขึ้นได้ง่ายมาก และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น ฝ่ายบุคคลขององค์กรควรจะกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ว่าองค์กรจะมีแนวทางในการบริหารจัดการกับความเครียด หรือมีแนวทางในการป้องกันความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพนักงานได้อย่างไรบ้าง

อาจจะเสนอเป็นสวัสดิการบางอย่าง หรือสภาพการทำงานที่ลดความกดดันบางอย่างลงไปบ้าง ที่สำคัญก็คือ หัวหน้างาน หรือผู้จัดการโดยตรงของพนักงาน น่าจะเป็นผู้ที่ช่วยให้พนักงานลดความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานลงไปได้

ไม่ใช่ไปเพิ่มความเครียดและความเหนื่อยล้าให้กับพนักงาน อย่างที่บางองค์กรเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: