การทำงานแบบยืดหยุ่น ถ้าจะนำมาใช้ต้องคิดให้ดีก่อน

เรื่องของความเครียดในการทำงานนั้น มันเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ กับการทำงานในยุคปัจจุบันนี้ คิดๆ ก็แปลกนะครับ ทั้งๆ ที่เมื่อสมัยก่อน การทำงานก็อยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวันเท่ากับในสมัยนี้ แต่ยุคนี้กลับการเป็นว่า การทำงานมันเครียดกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ชั่วโมงการทำงานก็เท่าเดิม

จริงๆ แล้วปัจจัยที่ทำให้เครียดนั้น ไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั่วโมงการทำงาน แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างจะมากในระยะเวลา 10 ปีให้หลังมานี้ ความคาดหวังของนาย ความต้องการของลูกค้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้การทำงานเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้น สภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในกรุงเทพยุคนี้ การเดินทาง การจราจร รถราที่ติดขัดมากมาย ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ รายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สินมากขึ้น ฯลฯ

มีงานวิจัยในอดีต จนถึงปัจจุบันมากมาย ที่สรุปว่า ความเครียดของพนักงาน จะทำให้ผลงานออกมาแย่ลง ประสิทธิภาพในการทำงานก็แย่ลง การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็แย่ลง ฯลฯ ก็เลยทำให้องค์กรพยายามที่จะหาทางลดความเครียดของพนักงานลง

ยุคนี้ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานให้ยืดหยุ่น เป็นเรื่องที่คุยกันมากขึ้น เพราะสามารถช่วยลดความเครียดของพนักงานลงได้ ทำให้การใช้ชีวิต กับการทำงาน เริ่มผ่อนคลาย และไม่ตึงจนเกินไป ซึ่งก็น่าจะทำให้พนักงานทำงานได้อย่างไม่เครียดจนเกินไป

นโยบายหลักๆ ที่เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้น ก็เช่น เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น การทำงานนอกบริษัท การทำงานที่บ้าน การลดชั่วโมงการทำงานลง หรือการทำงานสะสมชั่วโมงต่อสัปดาห์ให้ครบ เพื่อที่จะได้ลดวันทำงานลงในแต่ละสัปดาห์ ฯลฯ

หลายองค์กรพยายามนำสิ่งเหล่านี้มาใช้โดยไม่พิจารณาถึงสภาพภายในของบริษัทเราก็มีเยอะนะครับ

การนำเอาเรื่องของนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นมาใช้นั้น เราต้องพิจารณาให้ดีก่อน ว่าจะเกิดผลกระทบต่อองค์กรหรือไม่ งานในบางลักษณะนั้น เราไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ 100%

ลองคิดดูสิครับ ถ้าโรงพยาบาลทำงาน 5 วัน พยาบาลทำงานที่บ้าน โรงงานผลิตชิ้นส่วน พนักงานจะทำงานนอกบริษัทได้หรือ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ HR จะต้องพิจารณาให้ดี

มีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแห่งหนึ่ง ได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ แล้วคิดว่าจะนำมาใช้กับบริษัท ก็เลยประกาศว่าพนักงานสามารถทำงานนอกบริษัทได้ และทำงานที่บ้านได้ ปรากฏว่า องค์กรนี้เป็นธุรกิจบริการ ต้องเปิด 7 วัน ไม่มีวันหยุด แต่ผู้บริหารประกาศแบบนี้ ก็เลยทำให้บางหน่วยงานที่เป็นงานสนับสนุน เริ่มเอานโยบายทำงานที่บ้านไปใช้จริง เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล งานกลุ่มนี้สามารถทำงานนอกสถานที่ทำงานได้

ผลที่เกิดขึ้นจริง ก็คือ กลุ่มพนักงานที่ต้องทำงานบริการ ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจ เพราะตนเองต้องมานั่งทำงานในบริษัท และยังรู้สึกว่า ตนเองเป็นงานหลัก หารายได้ให้กับบริษัท แต่กลุ่มงานสนับสนุน ทำไมทำงานสบายขนาดนั้น ก็เลยกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งในองค์กรขึ้น จนสุดท้ายผู้บริหารระดับสูง ก็ต้องยกเลิกการทำงานที่บ้านไป

นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้เราเห็นว่า การที่จะนำเอานโยบายความยืดหยุ่นในการทำงานมาใช้นั้น เราคงต้องพิจารณาสภาพการทำงาน สภาพธุรกิจ กลุ่มงาน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาให้ชัดเจน ก่อนที่จะใช้

และที่สำคัญก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะสามารถทำงานที่บ้านได้ หรือปรับเวลาในการทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ครับ

ก็คงต้องหาแนวทางในการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงานด้านอื่นมากกว่า เช่น การแต่งกาย การใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้มากขึ้น การลดกฎเกณฑ์ ระเบียบที่ไม่จำเป็นลงบ้าง เป็นต้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: