วิธีการสรรหาคัดเลือกพนักงานที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง

ทรัพยากรบุคคลสำคัญที่สุด หลายคนพูดเช่นนี้ แต่เชื่อเช่นนี้จริง หรือไม่ คงต้องดูจากวิธีการในการบริหารคนขององค์กรนั้น ว่าเป็นไปอย่างที่พูดไว้หรือไม่ การที่เราเชื่อว่า คนสำคัญที่สุดที่จะทำให้องค์กรสามารถไปสู่เป้าหมายได้นั้น แปลว่า เราก็คงต้องเริ่มตั้งแต่การหาคนเก่ง คนดี เข้ามาทำงานในองค์กร นี่คือจุดเริ่มต้นของการบริหารคนอย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามคือ ขณะนี้องค์กรของเรามีวิธีการสรรหาคัดเลือกพนักงานที่มั่นใจได้ว่า เราจะได้คนเก่งคนดีเข้ามาทำงานในองค์กรจริงๆ หรือไม่

วิธีการสรรหาคัดเลือกที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะเป็นวิธีที่ทำให้เราไม่ได้คนที่เหมาะสมกับองค์กร แถมยังอาจจะได้คนที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับองค์กรอย่างไม่รู้จบก็เป็นได้

  • ฝากฝังมาจากผู้บริหารผู้บริหารขององค์กรรู้จักคนเยอะ บางท่านก็ต้องสร้างบุญคุณกับผู้อื่น บางท่านก็ต้องทดแทนคุณของผู้อื่นที่ช่วยเหลือกันมา ก็เลยทำให้ ผู้บริหารบางองค์กรต้องรับกับภาระการฝากเด็กเข้าทำงาน ซึ่งถ้าผู้บริหารคนนั้นเป็นคนที่ตรงไปตรงมา เชื่อในระบบที่ถูกต้อง ก็คงตอบได้แค่เพียงว่า รับสมัครเข้ามา แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการของทางบริษัท อาจจะได้หรือไม่ได้ ก็ได้ แต่ถ้าผู้บริหารคนนั้นไม่ทำตามระบบ ก็จะรับปาก และรับพนักงานด้วยตัวเองเลย จากนั้นก็ส่งมาให้ HR เพื่อสอบถามว่า จะให้เขาไปทำอะไร กับหน่วยงานไหนดี หาที่ลงให้หน่อย แบบนี้เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า พนักงานคนที่ผู้บริหารับเข้ามานั้น เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ ถ้าดีและเหมาะ มันก็ดีไป แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่แบบนั้น มักจะเข้ามาสร้างปัญหามากมายให้กับองค์กรต้องตามแก้ไขกัน
  • ลูกหลานของผู้บริหารผู้บริหารหลายคนมากที่พยายามจะเอาลูก หลาน หรือคนในครอบครัวเข้ามาทำงาน ใครจบอะไรมา หางานไม่ได้ ก็รับเข้ามาทำงาน โดยไม่ได้เป็นไปตามอัตรากำลังที่ทำไว้เลย จู่ก็รับเข้ามา แล้วก็มาโยนให้ HR ในการหาที่ลงให้อีกเช่นกัน ถ้าหนักหน่อย ผู้บริหารก็รับลูกหลานตัวเองเข้ามาเป็นระดับผู้จัดการเลย โดยให้ตำแหน่งผู้จัดการ โดยที่ยังไม่มีงานอะไรให้ทำ พอเป็นแบบนี้สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ความเกรงใจที่มีต่อลูกหลาน ทำให้เรื่องของการทำงาน การมอบหมายงาน การสอนงาน การประเมินผลงาน ฯลฯ มีปัญหาตามมาอีกเป็นขบวน
  • ลูกน้องเก่าเพื่อนเก่า ผู้บริหารบางคน ก็เรียก หรือ เชิญ ลูกน้องเก่าเข้ามาทำงานด้วย ที่แย่หน่อยก็คือ เอาลูกน้องคนสนิทเข้ามาทำงาน หรือเพื่อนเก่า เข้ามาทำงาน บางองค์กรผู้บริหารเป็นระดับเจ้าของบริษัทด้วย พอได้ข่าวว่าเพื่อนๆ ที่เคยทำงานที่ทำงานเก่าด้วยกัน เริ่มเกษียณอายุกันแล้ว และว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยชวนให้เข้ามาทำงานด้วยกัน โดยที่ไม่ผ่านระบบการคัดเลือกของบริษัทเลย จู่ๆ ก็ลอยเข้ามาอีกเช่นกัน
  • พนักงานเก่าที่ถูกเลิกจ้างจากบริษัทไปแล้วถ้าเรามีพนักงานเก่า ที่เราเลิกจ้างไปเพราะเหตุผลว่ากระทำความผิดต่อบริษัทค่อนข้างร้ายแรง แต่พอไปทำงานกับบริษัทกลับเติบโตได้ดี ผู้บริหารบริษัทเราทราบเรื่องเข้า ก็เลยอยากได้ตัวกลับมา เป็นท่านผู้อ่านจะรับกลับมาหรือไม่ครับ

กลุ่มพนักงานที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกตามกระบวนการของทางบริษัทเลย แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า พนักงานที่เรารับมาโดยวิธีการข้างต้นนั้น จะเข้ามาสร้างผลงานที่ดีให้กับบริษัท หรือจะเข้ามาสร้างปัญหาให้กับเรากันแน่

ขนาดว่าเราเลือกดีแล้ว ยังมีปัญหาตามมากมาย แล้วถ้าเป็นแบบผ่านเข้ามาโดยอัตโนมัติแบบนี้ จะเป็นอย่างไร

ผมไม่ได้บอกว่าคนกลุ่มนี้คือคนที่ไม่ดีนะครับ แต่ถ้าจะทำให้ดี ให้ถูกต้อง โดยผ่านระบบการคัดเลือกของบริษัทอย่างเปิดเผย โปร่งใส ได้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาเหมาะกับบริษัทเราหรือไม่ จะดีกว่ามั้ยครับ

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเจอกับเหตุการณ์ข้างต้นในอดีตที่ทำงานมา บอกได้เลยว่า 90% เข้ามาสร้างปัญหามากกว่า สร้างผลงาน บางคนทำงาน แต่ก็เข้ากับคนอื่นในองค์กรไม่ได้เลย บางคนก็เอาความที่ตนเองเป็นคนสนิทของผู้บริหาร มาข่มคนอื่นในการทำงาน เลยการเป็นการเมืองในองค์กรเป็นซีรี่ย์กันเลยทีเดียวครับ

ก็อยากฝากไว้ว่า ถ้าคนสำคัญจริงๆ ก็ต้องให้ความสำคัญกับการสรรหาคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานด้วยนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: