“จะมี หรือไม่มี KPI ดี ชักเริ่มไม่แน่ใจ”

หลายท่านคงจะได้อ่านข่าว ที่ส่งต่อๆ กันมาทาง Social กันไปบ้างแล้ว กับกรณีที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านโทรคมนาคมแห่งหนึ่งประกาศว่า ยกเลิกการใช้ KPI เพราะใช้แล้วมีข้อจำกัดในการทำงานค่อนข้างมาก ซึ่งพอข่าวออกมา ก็เลยมีผู้บริหารของหลายบริษัทสอบถามกันเข้ามาหลายท่านทีเดียว ว่าตกลงเราควรจะใช้ KPI ต่อไปหรือไม่ หรือควรจะยกเลิกแบบที่บริษัทนั้นทำกัน

ท่านผู้อ่านล่ะครับคิดอย่างไร

ในมุมมองส่วนตัวของผมที่ทำงานทั้งในฐานะพนักงาน ในฐานะผู้จัดการ ผู้บริหาร และสุดท้ายก็คือในฐานะเจ้าของธุรกิจ บอกได้เลยว่า เวลาเราทำงาน หรือจ้างพนักงานเข้ามาทำงาน เราล้วนต้องการผลลัพธ์ในการทำงานในแบบที่เราอยากให้เขาทำ

เราจ้างพนักงานขายมาทำอะไรครับ คำตอบก็คือ มาขายสินค้า แล้วขายไปทำไมครับ คำตอบก็คือ เพื่อให้ได้ยอดขายตามที่ธุรกิจของเราต้องการ

ทุกตำแหน่งที่เราจ้างมา เราจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน เราก็ต้องการผลลัพธ์จากพนักงานทั้งสิ้น

คำถามต่อมาก็คือ แล้วผลลัพธ์แบบไหนที่เราคิดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เรายอมรับได้ แบบไหนที่ออกมาแล้วเรายอมรับไม่ได้ แบบไหนที่ออกมาแล้วมันแบบเกินกว่าที่เราคาดหวัง ฯลฯ

นี่คือสิ่งที่เราเรียกมันว่า “ผลงาน” ซึ่งทุกองค์กรล้วนต้องการผลงาน

เราจะเอาเครื่องมืออะไรมาวัดผลงานนั้น อันนี้ก็คงแล้วแต่องค์กร บางองค์กรก็ใช้ KPI บ้างก็ใช้ OKR บ้างก็ MBO บ้างก็อาศัยความรู้สึก กะๆ เอา ฯลฯ แต่อย่างไรก็ดี ผลงานมันก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แม้ว่า เราจะบอกว่า ไม่ใช้ KPI แล้วก็ตาม

จะว่าไป การใช้ KPI มันก็มีข้อดีข้อเสียของมันอยู่ บางองค์กรใช้ถูก ใช้ได้อย่างเหมาะสม มันก็ไม่ได้ทำให้คนเราศูนย์เสียความคิดสร้างสรรค์ หรือทำงานเป็นหุ่นยนต์แต่อย่างใด

บางองค์กรที่ใช้ผิดทางมากกว่า ที่จะทำให้พนักงานรู้สึกกับมันในทางที่ไม่ดี และทำแค่เพียง KPI ที่กำหนดเท่านั้น งานอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยว ฉันก็จะไม่ทำ แบบนี้แสดงว่า ใช้ KPI ไปในทางที่ผิดหลักพอสมควร

ที่สำคัญก็คือ เรื่องของการบริหารจัดการนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเลียนแบบกัน เห็นเขาใช้เราใช้บ้าง หรือเห็นเขาไม่ใช้กันเราก็ไม่ใช้บ้าง เพราะจริงๆ แล้วแต่ละองค์กรมีความแตกต่างกันไป และเครื่องมือที่เอามาใช้นั้นก็ต้องใช้ให้เหมาะสมกับความแตกต่างนั้นๆ ด้วย

เราจะใช้หรือไม่ใช้ KPI ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ยังคงต้องมีก็คือ การวัดผลความสำเร็จของงาน ถ้าเราไม่มีการกำหนดตัวชี้วัดแบบชัดๆ แปลว่า ยังไงเราก็ยังคงต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของงาน และยังคงต้องมีการมอบหมายงานให้พนักงานและบอกเขาว่า สิ่งที่เราต้องการคืออะไร บางตัวอาจจะเป็นตัวเลข บางตัวอาจจะเป็นเป้าหมายในเชิงคุณภาพ แต่อย่างไรก็ดี มันยังคงต้องมีการกำหนดภาพของผลลัพธ์ที่เราต้องการอยู่ดีครับ ไม่งั้นเราก็ไม่สามารถวัดผลงานได้อยู่ดี

และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราไม่ต้องการใช้ KPI จริงๆ สิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นก็คือ การพูดคุย สื่อสารกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องในเรื่องของผลงานที่ทำได้ในแต่ละช่วงเวลา จะต้องทำบ่อยๆ เพื่อทำให้พนักงานรับทราบได้ว่า ขณะนี้ผลงานของเราเป็นอย่างไรบ้าง แย่ตรงไหน ดีตรงไหน อะไรที่ต้องปรับปรุง เพราะเวลาประเมินเราจะไม่มีตัวเลขอะไรมากำหนดแล้ว ดังนั้น ทั้งหัวหน้าและพนักงานยิ่งต้องทำความเข้าใจในเรื่องของผลสำเร็จของงานให้ตรงกัน ก็โดยการคุยกันบ่อยๆ นั่นเอง

ดังนั้นการที่เราจะใช้เครื่องมือในการบริหารผลงานอะไรนั้น อันนี้แล้วแต่เราจะเลือก แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ยังคงต้องมีเรื่องของวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการทำงานอยู่เสมอ ถ้าเราทำตรงนี้ให้ชัดเจน เข้าใจตรงกันในพนักงานทุกคน และหัวหน้า

การที่เราจะใช้ หรือไม่ใช้ KPI มันก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: