ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กับมุมมืดที่มีต่อสุขภาพ และการบริหารคน

ผมเชื่อว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เรามีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้เราสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ติดต่อกันได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สำหรับบางคนอาจจะสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ในแบบที่ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน แต่มุมมืดของสิ่งเหล่านี้มันก็มาพร้อมกับความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น

จากการสังเกตในการทำงานกับพนักงาน และผู้บริหาร ในยุคหลังๆ ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการทำงานมากขึ้นนั้น ด้านมืดที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ กับพนักงาน และผู้บริหาร ก็คือ ความเครียด คนทำงานในยุคนี้มีความเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังเครียดสะสมอยู่ ความเครียดเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว บางคนกว่าจะรู้ตัว ก็มีผลต่อสุขภาพของตนเองแล้ว

เราจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีโดยตรง มันก็ไม่ใช่ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมันเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดความคาดหวัง และความต้องการใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการทำงานของพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น ลองนั่งพิจารณาความเร็วในการทำงานสมัยนี้เทียบกับสมัยก่อนที่จะมี internet ดู (ใครทันบ้าง) จะเห็นว่า ทุกอย่างในโลกนี้ต้องเร็ว ต้องทันเวลา ต้องได้ในเวลาที่สั้นที่สุด ฯลฯ ทุกอย่างจริงๆ สั่งนาทีนี้ จะต้องได้ในนาทีถัดไป ประมาณนั้น ส่งข้อความหรืออีเมล์ไป ก็คาดหวังว่าจะต้องได้รับคำตอบในทันที หรือ ร้องขออะไรไป ก็ต้องได้ในทันที เป็นต้น (ผู้จัดการบางคนคิดงานออกตอนตีสอง ก็รีบไลน์ไปบอกพนักงาน และหวังว่าพนักงานจะต้องตอบในทันที)

 

  • ความคาดหวังของลูกค้าสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้า ความต้องการของลูกค้าก็เริ่มยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความรวดเร็วในการทำงาน ต้นทุนที่ต้องลดลงอยู่ตลอดเวลา คุณภาพที่จะต้องดีขึ้นอยู่เสมอ เพราะมันมีความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด จะผลิตสินค้า และบริการแบบเดิม มันก็หากินไม่ได้อีก

ด้วยสาเหตุหลักข้างต้น ก็ส่งผลให้องค์กรต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งผู้บริหารระดับสูงก็ต้องวางเป้าหมาย และบริหารองค์กรให้อยู่รอดให้ได้ ความเครียดนี้ก็ส่งต่อลงมายังผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งต้องเอาเป้าหมายไปทำให้ได้ ความกดดันและความเครียดนี้ก็จะถูกส่งต่อลงมายังพนักงานทุกระดับในองค์กร ที่จะต้องปั่นงาน สร้างผลงานให้ได้

ถูกกดดันอย่างไร ก็ต้องอดทน ใครทนไม่ได้ก็ต้องออกจากองค์กรไปทำงานที่อื่น ซึ่งมันก็ยังคงเป็นวัฎจักรแบบเดิมๆ อยู่ดี ไม่ว่าจะเปลี่ยนการทำงานไปสักกี่แห่งก็ตาม

และถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ

  • สุขภาพจิตจะเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ความเครียดเข้ามารุมเร้ามากขึ้น กดดันมากขึ้น

 

  • สุขภาพกายก็จะเริ่มเสื่อมลง สังเกตกันมั้ยครับว่า คนทำงานยุคนี้ ป่วยกันบ่อยขึ้น อาทิ ปวดหัวไมเกรน ปวดท้อง ปวดคอ เมื่อยไหล่แบบเรื้อรัง บางคนอยู่ที่ทำงานก็ป่วย หมดแรง แต่พอได้ออกจากที่ทำงานก็หาย เหมือนร่างกายทนรับแรงกดดันไม่ไหว

 

  • บางคนเริ่มเกิดอาการเหนื่อยล้าในการทำงาน หรือที่เราเรียกกันว่า Burn out ก็คือ อยู่ในภาวะหมดไฟ หมดแรง หมดทุกอย่างในการทำงานแล้ว ไม่อยากทำอะไรอีกเลย เพราะมันเหนื่อยเกิน

 

  • บางคนก็เริ่มเข้าสู่โหมดซึมเศร้า เริ่มไม่อยากพบปะเพื่อนฝูง อยากอยู่คนเดียว มีชีวิตเหมือนไม่มี รู้สึกไม่คนเข้าใจ ไม่มีใครเห็นใจ โลกนี้มีแต่ตัวเราคนเดียว ฯลฯ

 

  • ปัญหาสุขภาพจะเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่า โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ เส้นเลือดในสมอง ฯลฯ มันก็จะตามกันมาเป็นขบวน

ก็เลยมีหลายคนที่พูดไว้ในแบบคล้ายๆ กันว่า “เราจะทุ่มเททำงานกันไปเพื่อทำเงินมากๆ มาทำไม เพราะสุดท้ายคนที่ได้ใช้เงินกลับไม่ใช่เรา อาจจะเป็นโรงพยาบาลแทน”

เมื่อเราเห็นเหตุแบบนี้ ก็คงต้องหันมามองตัวเองมากขึ้น การตั้งใจทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากไปจนทำให้ร่างกายเรามีปัญหามันก็เริ่มไม่ใช่สิ่งที่ดีอีกต่อไป เพราะสุดท้าย เราเองต้องออกจากองค์กร แต่องค์กรก็ยังสามารถหาคนอื่นเข้ามาทำงานแทนเราได้อยู่ดี

ดังนั้นตัวเองเราคงต้องหาจุดยืนของเรา หาจุดที่ใช่ หาจุดที่พอเพียง หาจุดที่เหมาะสม หาจุดที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุขที่สุดทั้งในเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

แล้วในมุมขององค์กรล่ะ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง และฝ่ายบุคคลคนขององค์กร ที่ทำหน้าที่ในการดูแลพนักงานนั้น เมื่อเราเห็นแนวโน้มของการทำงานกับสุขภาพ ว่ามันเป็นอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เราจะมีมาตรการ และนโยบายในการดูแลพนักงานอย่างไร ทั้งใจด้านสุขภาพใจ และสุขภาพกาย ก็คงต้องฝาก HR และผู้บริหารช่วยกันคิดต่อไปนะครับ

อย่าปล่อยให้พนักงานต้องเครียด มีปัญหาสุขภาพ และตาย เพราะทำงานหนักให้กับองค์กร หาวิธีการสร้างความสุข สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับพนักงานบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นจากการทำงานได้บ้าง ก็ยังดีครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: