ปัจจัย 5 ประการในการเก็บรักษา Talent ในยุคนี้

เรื่องราวของการหาวิธีการเก็บรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับองค์กร เป็นเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ แนวทางของยุคสมัยหนึ่ง ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับอีกยุคสมัยหนึ่ง เนื่องจากความต้องการของคนเราเปลี่ยนแปลงไปเสมอ อีกทั้ง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็มีผลต่อความต้องการของคนเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนี้ก็นำเอาแนวทางอีกแนวทางหนึ่งมาให้อ่านกันครับ คนที่คิดและวิจัยเรื่องนี้ก็คือ Ivan Hurtt Strategic HR Evangelist บริษัท BambooHR กับ Mykkah Herner Modern Compensation Evangelist ทำงานอยู่ที่ PayScale สองคนนี้ได้ให้รวบรวมข้อมูล และได้ให้แนวทางในการเก็บรักษาพนักงาน (Retain) พนักงานที่เก่งๆ (Talent) ในยุคนี้ว่า จะต้องมีปัจจัยอยู่ 5 ปัจจัย ดังต่อไปนี้ครับ

  • Pay Fairly ปัจจัยแรกที่คนเก่งมักจะพูดถึงกันในสมัยนี้ก็คือ เรื่องของค่าตอบแทน ซึ่งถ้าเป็นยุคสมัยก่อน เรื่องของค่าตอบแทนมันเป็นปัจจัยท้ายๆ ที่มีผลต่อการเก็บรักษาพนักงาน แต่ในยุคปัจจุบันดูเหมือนจะไม่ใช่อีกต่อไป เรื่องของค่าตอบแทนกลับกลายเป็นเรื่องที่พนักงานโดยเฉพาะคนเก่งๆ ให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเรื่องของค่าตอบแทนที่เป็นธรรมนั้น จะต้องเป็นธรรมบนพื้นฐานของ ผลงานที่พนักงานทำ ประสบการณ์ และทักษะในการทำงาน ก็คือ ถ้าพนักงานคนไหนที่สามารถทำงานสร้างผลงานที่โดดเด่นได้ และมีความรู้ทักษะที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือน ก็ให้จ่ายค่าตอบแทนที่แตกต่างออกไปเลย เพื่อที่จะให้คนกลุ่มนี้อยู่ทำงานกับองค์กรต่อไป

 

  • Flexibility ปัจจัยที่สองที่คนเก่งในยุคนี้ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ ความยืดหยุ่นในการทำงาน คนเก่งสมัยนี้ไม่ต้องการกฎระเบียบข้อบังคับในการทำงานที่เคร่งครัดจนเกินไป ไม่ต้องการเวลาการทำงานที่เป๊ะ ฯลฯ แต่สิ่งที่คนเก่งในยุคนี้ต้องการมากๆ ก็คือ ความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันเวลาในการทำงาน ระเบียบข้อบังคับที่ไม่ยุ่งยาก ต้องการให้ทุกอย่างมีความยืดหยุ่นได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ วัน เวลาในการทำงาน การแต่งกาย วิธีการทำงาน สถานที่ทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ ฯลฯ ต้องยืดหยุ่น และสอดคล้องกับความต้องการได้อย่างดี

 

  • Respect ปัจจัยที่สามนี้ เป็นปัจจัยที่อยู่กันมานานในทุกยุคทุกสมัย คนเก่งทุกคนต้องการที่ได้รับการยอมรับนับถือจากคนอื่นในองค์กร โดยเฉพาะจากนายของคนเอง ดังนั้น ถ้าเราต้องการเก็บรักษาคนเก่งไว้ให้ได้ แปลว่า เราต้องให้ความรู้ และสนับสนุนให้ผู้จัดการทุกระดับขององค์กรเป็นคนที่สามารถที่จะให้การยอมรับในฝีมือของลูกน้องตนเองได้

 

  • Offer Interesting work ปัจจัยที่สี่นี่ก็เช่นกัน เป็นปัจจัยที่ยุคก่อนเราเรียกกันว่า งานที่ท้าทาย คนเก่งจะไม่ชอบที่จะทำงานเดิมๆ ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ แต่ชอบที่จะได้รับงานที่ท้าทาย และน่าสนใจ ดังนั้น การที่หัวหน้ามอบหมายงานที่ท้าทายให้ หรือ มีการหมุนเวียนงาน โยกย้ายงานบ้าง ก็จะทำให้คนเก่งรู้สึกดี เพราะเขาจะรู้สึกว่าได้รับการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

 

  • Inspire Autonomy ปัจจัยที่ห้าก็คือ การให้อิสระในการทำงาน คนเก่งๆ ย่อมมีวิธีการในการทำงานของตนเอง รู้จักที่จะคิด และหาทางที่จะได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการได้ด้วยตนเอง ดังนั้นองค์กรจึงควรที่จะให้โอกาสแก่คนกลุ่มนี้ในการคิด สร้างสรรค์วิธีการทำงานของตนเอง ไม่ควรจะบอก และสั่งให้ทำทุกอย่าง ตามวิธีการเดิมๆ อาจจะเป็นการมอบหมายงานโดยบอกผลลัพธ์ที่ต้องการ จากนั้นก็ให้เขาไปหาวิธีการด้วยตนเอง และหัวหน้าก็ตรวจสอบเป็นระยะๆ ห่างๆ ก็พอ

นี่คือปัจจัย 5 ประการในการเก็บรักษาคนเก่งๆ ขององค์กรไว้ ดูไปแล้ว ก็ไม่ค่อยแตกต่างกับปัจจัยในยุคสมัยก่อนสักเท่าไหร่ เพียงแต่อาจจะสลับสับเปลี่ยนความสำคัญของบางปัจจัยมากกว่า เช่น ปัจจัยทางด้านค่าตอบแทน ยุคหนึ่งเคยเป็นปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากขึ้นกว่าเรื่องอื่นๆ

ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือ เมื่อเราทราบแล้วว่า นี่คือปัจจัยที่จะเก็บรักษาคนเก่งๆ ไว้ได้ แล้วเราจะลงมือสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในองค์กรของเราได้อย่างไร การที่เราสูญเสียคนเก่งๆ ไปเรื่อยๆ มันคือต้นทุนที่แพงมากขององค์กร เพราต้องหาคนเข้ามาทดแทน และยังต้องอบรมพัฒนาเขาให้เก่งให้ได้ ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนที่สูงมาก ดังนั้นการที่องค์กรยอมที่จะลงทุนในปัจจัยที่จะเก็บรักษาคนเก่งๆ ไว้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคอนาคต ที่องค์กรต้องการมนุษย์ที่เก่งๆ เข้ามาทำงานเพื่อสร้างอนาคตขององค์กร

เพราะงานประจำ ซ้ำๆ เดิมๆ อนาคตก็คงให้หุ่นยนต์เป็นผู้ทำหมดแล้ว

2 thoughts on “ปัจจัย 5 ประการในการเก็บรักษา Talent ในยุคนี้

Add yours

  1. ตอนนี้มีปัญหาคิดไม่ตกค่ะ…เมื่อต้นปี 2018 บริษัทปรับเลื่อนตำแหน่งให้ 2 ขั้น จาก Staff เป็น Assistant Supervisor คะแนนประเมินปลายปี ได้ A+ แต่เงินเท่าเดิมคือ ปรับเงินเดือนประจำปี ไม่มีเงินเพิ่มในส่วนของการเลื่อนตำแหน่ง และต้นปีอีกเช่นกัน มีรุ่นพี่ในแผนกลาออกไป ก็โอนงานในส่วนของเค้ามาให้หนูทำทั้งหมด โดยที่รายละเอียดงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ว่าอยู่ภายใต้หัวหน้าคนเดียวกัน เท่ากับว่าตอนนี้รับหน้าที่ 2 ตำแหน่งควบ รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบไม่ได้รับความยุติธรรมค่ะ เครียดมาก ว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี

    1. กรณีแบบนี้น่าจะต้องคุยกับผู้บังคับบัญชานะครับ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จะได้รับเงินเดือนเพิ่มในส่วนนี้ แต่ก็มีบางบริษัทเขาอยากจะมีการให้ลองทำก่อน ถ้าทำได้ก็ปรับเงินให้ แต่ของทางบริษัทถ้าไม่แน่ใจก็น่าจะคุยกับหัวหน้าดูนะครับ เพราะงานมากขึ้นจริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: