สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อม เมื่อมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (2561)

เรื่องของการปรับค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งได้ประกาศออกมาแล้วว่ามีผลบังคับใช้ในเดือน เมษายน 2561 นี้ ก็ทำให้นักบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนั้น จะต้องมีการวางแผนเตรียมการกันล่วงหน้า อย่าคิดว่าแค่การปรับค่าจ้างขั้นต่ำมันก็ไม่เห็นจะมีอะไร แค่เตรียมงบประมาณไว้ให้เพียงพอ ก็น่าจะพอแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วต้องบอกว่า เรื่องนี้ มีผลกระทบต่อการบริหารค่าจ้างเงินเดือนในด้านอื่นๆ อีกเยอะพอสมควรทีเดียวครับ

ไม่ว่าจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำมาแล้วกี่ครั้ง ทุกครั้งก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ ทั้งๆ ที่เราก็ได้เรียนรู้จากมันไปบ้างแล้ว แต่ก็ห้ามไม่ได้ที่จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา ซึ่งถ้าเราจะป้องกันปัญหาที่จะตามมาจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ก็คงต้องพิจารณาว่า มีผลกระทบต่อการบริหารค่าจ้างเงินเดือนขององค์กรในด้านใดบ้าง

ผมได้สรุปผลกระทบหลักๆ ที่มักจะเกิดขึ้นจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ที่ HR จะต้องระมัดระวังให้ดี และวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นได้ ผลกระทบที่พึงระวังก็มีดังนี้ครับ

  • วิธีการปรับค่าจ้าง จะปรับให้กับคนที่ต่ำกว่า อัตราที่ประกาศเท่านั้น คนอื่นไม่ปรับ หรือปรับให้เท่ากันทุกคนตามส่วนต่างที่ปรับขึ้นมาใหม่ หรือจะคำนวณปรับตามสัดส่วนผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง ใครที่กระทบมากก็ได้มากหน่อย ใครกระทบน้อยก็ได้น้อยหน่อย บางคนอาจจะไม่ได้ปรับเพราะค่าจ้างสูงมากอยู่แล้ว จะปรับด้วยวิธีไหนนั้น จะต้องระวังเรื่องของความเป็นธรรมประกอบด้วย เพราะที่ผ่านมา มักจะเกิดกรณีที่ว่าปรับเฉพาะคนที่ต่ำกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศใหม่ ส่วนพนักงานคนไหนที่ได้เท่ากับหรือสูงกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ก็จะไม่ปรับให้ แบบนี้ก็จะทำให้พนักงานใหม่ได้เงินเดือนเท่ากับ หรืออาจจะสูงกว่า คนเก่าก็เป็นได้ ถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ คำตอบคือไม่ผิด แต่สิ่งที่น่ามีปัญหาก็คือ ความเป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนมากกว่า ซึ่งมีผลต่อความพึงพอใจ และแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน

 

  • อัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษา สำหรับบริษัทที่มีการกำหนดอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาสำหรับพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่นั้น ก็ควรจะระวังในเรื่องของอัตราแรกจ้างในส่วนของวุฒิ ปวช. และปวส. (ถ้ายังมีการจ้างกันอยู่นะครับ) เพราะตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ ถ้าเป็นอัตรา 330 บาทต่อวัน คิดเป็นเดือนก็เดือนละ 9,900 บาท หรือถ้าในกทม. 325 บาทต่อวัน คิดเป็นเดือนก็อยู่ที่ 9,750 บาท ซึ่งถ้าอัตราปวช. ที่เคยกำหนดไว้นั้นต่ำกว่าอัตราใหม่นี้ ก็น่าจะมีปัญหาตามมาได้ ดังนั้น จึงต้องพิจารณาค่าจ้างเริ่มต้นของวุฒิการศึกษาเหล่านี้ประกอบด้วย เท่าที่ผมนั่งดูเทียบกับอัตราแรกจ้างตามผลการสำรวจค่าจ้างในปีที่ผ่านมา ก็น่าจะมีผลกระทบกับ กลุ่ม ปวช. แน่ๆ แต่ปวส. บางแห่งอาจจะกระทบน้อยถ้าจ่ายสูงอยู่แล้ว ส่วนปริญญาตรีนั้นอาจจะห่างหน่อย ก็ลองพิจารณากันดูนะครับ

 

  • โครงสร้างเงินเดือน ผลกระทบถัดไปที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยก็คือ โครงสร้างเงินเดือนของบริษัท โดยเฉพาะในระดับงานที่ 1 ค่า Minimum ซึ่งถ้าอยู่ในกทม. ก็จะเป็นตัวเลขที่ 9,300 บาท แต่ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ในกทม. จะเป็น 9,750 บาท ก็ต้องไปปรับตัวเลข minimum ของระดับงาน 1 ใหม่ และพอปรับใหม่ ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่า จะมีผลต่อระดับ 2 3 4 และทั้งโครงสร้างเงินเดือนหรือไม่

ประเด็นหลักๆ ที่น่าจะมีผลกระทบเยอะหน่อยก็ประมาณนี้

ส่วนนอกนั้นก็เป็นเรื่องของวิธีการบริหารจัดการของทางบริษัท อาทิ เรื่องของ ค่าล่วงเวลาที่สูงขึ้นตามไปด้วย อันนี้ก็ต้องไปปรับวิธีการทำงานมากกว่าที่จะไปปรับลดอัตราค่าจ้าง หรือค่าล่วงเวลา เพราะมันอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ก็คงต้องหาวิธีการปรับปรุงระบบบริหารจัดการในการทำงานมากกว่า เพื่อทำให้งบประมาณค่าล่วงเวลาลดลง และงานยังคงได้ประสิทธิภาพเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องของการคำนวณเพื่อปรับผลกระทบนั้น ผมได้เคยเขียนบทความและให้สูตรการปรับไว้ในบทความเก่าๆ ตามลิงค์นี้เลยครับ https://wp.me/pBmlU-1VO

เพียงแต่ตัวเลขอาจจะเป็นตัวเลขเก่าอยู่ อย่างไรก็ดี ผมจะพยายามหาเวลานั่งเขียนและปรับปรุงตัวเลขใหม่ให้อีกครั้งนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: