การให้ค่าตอบแทนที่แตกต่างกันตามมหาวิทยาลัย เป็นธรรมจริงหรือ

เรื่องราวที่ยังไม่เคยหายไปจากระบบการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของบางบริษัท ก็คือ เรื่องของการกำหนดอัตราค่าจ้างเงินเดือนตามมหาวิทยาลัยที่ผู้สมัครจบมา คำถามก็คือ การกำหนดอัตราค่าจ้างให้มีความแตกต่างกันตามชื่อมหาวิทยาลัยนั้น มันเป็นธรรมตามหลักในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนจริงหรือ แม้ว่าแต่ละองค์กรจะไม่ได้มีการเขียนชัดเจนว่า จบจากที่ไหนได้อัตราค่าจ้างเท่าไหร่ แต่ดูจากการปฏิบัติจริงแล้ว มันพบความแตกต่างตรงนี้จริงๆ

บางแห่งไม่เขียน แต่ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า ถ้าจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ก็จะได้รับเงินเดือนเพิ่มเติมอีก x,xxx บาท

เราลองมาดูเหตุผลขององค์กรที่ยังกำหนดอัตราค่าจ้างตามมหาวิทยาลัยดูนะครับ

  • นิสิตนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนั้น มีคุณภาพมากกว่า ก็เลยจ่ายให้สูงกว่า
  • ถ้าจ่ายต่ำเกินไป ก็จะไม่ได้นิสิตนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ก็เลยต้องบวกเพิ่มให้อีกหน่อย แม้ว่าจะทำงานเหมือนกับคนอื่นๆ ก็ตาม

เท่าที่รับฟังมา ก็จะเป็นเหตุผลทางด้านคุณภาพของเด็กที่จบมามากกว่า เรื่องอื่นๆ

คำถามก็คือ ในกรณีที่เรารับตำแหน่งงานระดับเจ้าหน้าที่บุคคล (ตัวอย่าง) โดยที่เรากำหนดว่าไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ จบใหม่ก็ทำได้เลย และสรรหาคัดเลือกจากเด็กจบใหม่จริงๆ

พอผ่านด่านการคัดเลือกเรียบร้อย สรุปว่า เรารับเด็กได้ 2 คน คนหนึ่งจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อีกคนจบจาก ม.ธรรมดา ที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการที่บริษัทกำหนดไว้ในใจ คนแรกให้ 20,000 ส่วนคนที่สองให้ 16,000 บาท โดยให้เหตุผลว่า คนแรกที่บริษัทให้มากกว่านั้นก็เนื่องมาจากจบจากมหาวิทยาลัยที่ดีกว่าอีกคน ทั้งๆ ที่ทั้งสองคนนี้ ทำงานตำแหน่งเดียวกัน ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน เพิ่งจบเหมือนกัน

ประเด็นแบบนี้ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ

สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาสำหรับองค์กรที่กำหนดค่าตอบแทนในลักษณะดังกล่าว

  • พนักงานเกิดข้อสงสัยว่าทำไมมหาวิทยาลัยถึงมีผลทำให้เงินเดือนต่างกันทั้งๆ ที่ผลงานออกมาก็ไม่ได้แตกต่างกัน บางคนจบจาก ม.ไม่ดัง แต่ผลงานดีกว่า ก็มีเยอะไป

 

  • เกิดความแตกแยกในเรื่องของคน บริษัทจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ มีพรรคพวกว่า พวกของ ม. ดัง กับม. ไม่ดัง และมักจะมีความขัดแย้งกันเสมอ บางแห่งดีหน่อย ก็ขัดแย้งกันแบบผู้บริหารมองไม่เห็น แต่ลึกๆ แล้วไม่กินเส้นกันเลย การทำงานเป็นทีมก็ไม่เกิด

 

  • เวลานายมอบหมายงานให้เด็ก ม. ไม่ดัง ก็มักจะไม่ค่อยเต็มใจรับ บางคนก็อาจจะตอบกลับมาว่า “ทำไมไม่ให้คนนั้นทำล่ะ เขาจบจาก ม. คุณภาพไม่ใช่หรอ ให้ผมทำ เดี๋ยวงานจะเสียหาย มาโทษผมไม่ได้นะ”

ถ้าจะบริหารค่าจ้างเงินเดือนสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ควรจะทำอย่างไร

คำตอบก็คือ องค์กรควรจะกำหนดคุณสมบัติเป้าหมายของตำแหน่งงานต่างๆ ที่รับเด็กจบใหม่ได้ ให้ชัดเจน ว่าเราต้องการคนแบบไหน มีทักษะอะไรบ้าง และงานที่ทำมีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่า เขาจบจากที่ไหนมา ถ้าเรากำหนดชัดเจน สุดท้ายเราก็จะต้องวางเป้าหมายไปสรรหาคนแบบนั้น ซึ่งคนแบบนั้นอาจจะอยู่ที่ ม.ไหนก็ได้ จากนั้นเราก็กำหนดอัตราเริ่มจ้างในระดับที่แข่งขันได้ ในแบบของเรา โดยไม่ต้องแยกมหาวิทยาลัย

แปลง่ายๆ ว่า ระบบในการสรรหาคัดเลือของบริษัทจะต้องมีมาตรฐาน ได้คนที่มีคุณภาพเข้ามา ใครก็ตามที่ผ่านระบบการคัดคนของบริษัทเราได้ แปลว่ามีคุณภาพ แล้วเราก็จะจ่ายให้กับพนักงานที่มีคุณภาพในอัตราที่เท่ากัน ไม่ว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยใดมาก็ตาม

จากนั้นก็มาว่ากันที่ผลงานที่แต่ละคนทำในบริษัท น่าจะดีกว่าครับ

จากตัวอย่างจริงที่ผมเคยเจอมากับตัว มันพิสูจน์ไม่ได้เลยครับว่า เด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะทำงานได้ดีกว่าเสมอไปครับ ทุกที่ก็มีทั้งดี และไม่ดี ถ้าเรามีระบบในการคัดเลือกที่ดี เราก็จะเจอคนที่ดี และเหมาะสมกับองค์กรเราได้ ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะจบมาจากที่ไหนก็ตาม คนที่ไม่ดี ไม่เหมาะ ก็ไม่ต้องไปรับเข้ามาทำงาน

แล้วเราค่อยมาตอบแทนให้แตกต่างกันไปตามผลงานดีกว่าครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: