การบริหารค่าตอบแทน องค์ประกอบของค่าตอบแทน: เงินเดือน

ช่วงตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมนี้จนถึงต้นปี 2561 ผมจะติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมกับพักผ่อนบ้าง หลังจากที่ทำงานตะลุยมา 1 ปีเต็มๆ ก็เลยขออนุญาตนำเอาบทความที่เคยเขียนไว้ ในเรื่องของหลักการบริหารค่าจ้างเงินเดือนมาปัดฝุ่นปรับเล็กน้อย และลงให้อ่านกันนะครับ และอาจจะมีวางวันที่ไม่ได้ลงให้อ่านบ้าง แต่กลับมาเมื่อไหร่จะเขียนบทความใหม่ๆ ให้อ่านกันเหมือนเดิมครับผม

วันนี้จะขอเริ่มที่เรื่องของเงินเดือน ซึ่งถือเป็นค่าจ้างหลักที่พนักงานส่วนใหญ่มองว่ามีความสำคัญมาก มาดูรายละเอียดกันครับ

เงินเดือน เป็นค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน ซึ่งจ่ายให้กับพนักงานที่เข้ามาทำงานในบริษัท เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับการจ้าง โดยจะจ่ายให้กับพนักงานเป็นประจำทุกเดือน เงินได้ของพนักงานตัวอื่นที่ถือเป็นเงินได้มูลฐาน นอกจากเงินเดือนแล้วก็มี ค่าจ้างรายวัน

คำว่า “ค่าจ้าง” กับคำว่า “เงินเดือน” ดูเผินๆ แล้วอาจจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก อย่างมากก็คือลักษณะในการจ่ายที่แตกต่างกันออกไปในแง่ของเวลา อาจจะเป็นรายวันกับรายเดือน แต่ในความรู้สึกของพนักงานนั้น สองคำนี้ทำให้พนักงานมีความรู้สึกที่แตกต่างกันมากมายทีเดียว

พนักงานที่ได้ “ค่าจ้าง” คำนี้มักจะใช้เรียกค่าตอบแทนที่ให้กับพนักงานรายวัน ซึ่งพนักงานที่ได้รับค่าจ้างนั้น เขาเองก็จะรู้สึกว่า สถานภาพของเขายังด้อยกว่า สถานภาพของพนักงานที่กินเงินเดือน ดังนั้นในบางบริษัท ก็ใช้ความรู้สึกของพนักงานนี้มาจูงใจพนักงานอีกต่อหนึ่ง ก็คือ มีการปรับสถานภาพจากคำว่า ค่าจ้าง มาใช้คำว่า เงินเดือน พนักงานเองก็จะรู้สึกว่าได้รับการเลื่อนสถานะภาพขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ทั้งๆ ที่บางครั้งตัวเงินเดือนที่ได้รับนั้นอาจจะไม่ได้แตกต่างกันค่าจ้างที่เคยได้รับมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกมากกว่าที่ทำให้เขารู้สึกดี และเกิดแรงจูงใจในการทำงานมากกว่าเดิม

เรื่องของเงินเดือนมูลฐานที่เราจะจ่ายให้กับพนักงานเพื่อตอบแทนการทำงานนั้น แค่เรื่องเงินเดือนเพียงเรื่องเดียวก็ทำเอาฝ่ายบุคคลปวดหัวได้มากเหมือนกันนะครับ และเมื่อเราเทียบสัดส่วนของเงินเดือนกับค่าตอบแทนอื่นๆ แล้วก็จะเห็นว่า เงินเดือนนั้นมีสัดส่วนที่มากกว่าค่าตอบแทนอื่นๆ เลย และถือเป็นค่าตอบแทนหลักในการว่าจ้างพนักงานเลย ดังนั้นเวลาจะจ่ายเงินเดือน ก็ต้องมีเหตุผลในการบอกพนักงานว่าทำไมบริษัทเราถึงจ่ายลักษณะนี้ ทำไมไม่จ่ายแบบนั้น และเรื่องเงินเดือนก็มักจะไม่ค่อยมีเหตุผลกันซะด้วยสิครับ บางครั้งรู้แค่เพียงว่าอยากจะให้พนักงานคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าให้เพราะอะไร หรือบางทีก็เอาเหตุผลมาประกอบภายหลัง

การจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานนั้น โดยพื้นฐานแล้วจะจ่ายตามลักษณะงานที่พนักงานรับผิดชอบ ตำแหน่งงานใดที่ต้องใช้ความรู้ทักษะในการทำงานสูง มีความรับผิดชอบสูง และผลของงานที่ออกมานั้นมีผลกระทบต่อบริษัทมาก โดยปกติแล้วงานลักษณะนี้จะได้รับเงินเดือนสูงกว่างานธุรการทั่วๆ ไป สิ่งที่ผมเขียนมานี้พูดอีกคำหนึ่งได้ก็คือคำว่า “ค่างาน”

ตำแหน่งงานใดควรจะได้รับเงินเดือนมากกว่า สิ่งที่จะมากำหนดระดับในการจ่ายเงินเดือนก็คือ ระดับค่างานของตำแหน่งงานที่พนักงานทำงานอยู่จะเป็นตัวกำหนดเงินเดือนในขั้นต้นเลยว่า งานแบบนี้เราต้องจ่ายสูงกว่างานอีกแบบหนึ่ง เช่น จะมีใครจ่ายแม่บ้านด้วยเงินเดือนที่สูงกว่านักบัญชีบ้าง ไม่มีหรอกครับ หรือจ่ายคนขับรถสูงกว่าวิศวกรระบบ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หลักสำคัญในการกำหนดอัตราเงินเดือนก็คือ คุณค่าของงานแต่ละตำแหน่งของบริษัทเราเอง

ส่วนเรื่องของว่าจะจ่ายในอัตราเท่าไรนั้น นักบริหารค่าจ้างเงินเดือนในองค์กรจะต้องหันออกไปมองตลาดภายนอกว่าในธุรกิจแบบเดียวกันนั้น ตำแหน่งงานที่ทำงานคล้ายๆ กัน เขาจ่ายกันอยู่ที่เท่าไร ก็ต้องหาข้อมูลการจ่ายของตลาดให้ได้มากที่สุด และนำข้อมูลดังกล่าวมากำหนดเป็นโครงสร้างเงินเดือนในแต่ละกลุ่มงาน

หลังจากนั้น ก็ยังต้องบริหารการขึ้นเงินเดือนให้เป็นไปตามผลงานของพนักงานแต่ละคนอีกด้วย ถามว่าถ้าไม่ขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานจะได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ถ้าอยู่ในสภาพเศรษฐกิจปกติก็คงจะไม่ได้ เพราะในตลาดเขาก็ขึ้นกัน ถ้าบริษัทเราไม่ขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ พนักงานก็จะไม่มีแรงจูงใจในการทำงานกับบริษัทอีกต่อไป เพราะสร้างผลงานมาทั้งปี แต่ไม่มีเงินรางวัลตอบแทนผลงานโดยการขึ้นเงินเดือนให้เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: