พฤติกรรมของมนุษย์เงินเดือนที่เปลี่ยนแปลงไป กับงาน HR ที่ต้องปรับตัวเสมอ

เคยสังเกตพฤติกรรมของพนักงานในยุคปัจจุบันหรือไม่ครับ ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง

สำหรับท่านที่ทำงานมานานกว่า 10 ปี จะสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในองค์กร ซึ่งด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้เองที่ฝ่ายบุคคลจะต้องนำมาคิด และปรับปรุงวิธีการในการบริหารคนขององค์กเราให้สอดคล้องและเป็นไปตามแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เราลองมาดูพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของมนุษย์เงินเดือนว่ามีอะไรบ้างครับ

  • การเปลี่ยนงานบ่อยเป็นเรื่องปกติ ในอดีตพนักงานที่เข้ามาทำงานกับองค์กรแล้ว มักจะไม่ค่อยสนใจเปลี่ยนงานมากนัก ยกเว้นจำเป็นจริงๆ แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่อีกต่อไป ทุกคนที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนงานได้บ่อยครั้งขึ้น นั่นก็แปลว่า พนักงานส่วนใหญ่จะอยู่ทำงานกับองค์กรไม่นาน ก็จะไปทำที่อื่นต่อ จากข้อมูลที่เก็บได้จาก HR ขององค์กรขนาดกลางขึ้นไป พบว่า พนักงานที่เข้ามาทำงานกับองค์กร จะอยู่กับองค์กรเฉลี่ยคือ 3 ปี ก็จะเปลี่ยนงาน และช่วงอายุของพนักงานที่พบว่ามีการเปลี่ยนงานบ่อยก็คือ ช่วงอายุตั้งแต่ 25-34 ปี หลังจากนั้นความถี่ในการเปลี่ยนงานก็จะลดน้อยลงไปตามอายุที่มากขึ้น

 

  • คนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้กับตนเองมากกว่าเดิม คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ เป็นคนที่เปิดโอกาสให้ตนเองมากขึ้น พนักงานบางคนไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนงาน แต่พอได้พบกับสิ่งที่ตนเองชอบ อยากทำ และต้องการจะทำ ก็จะเปลี่ยนงานทันทีเช่นกัน คนรุ่นนี้จะไม่คิดมากอะไร เพราะมองว่านี่คือโอกาสที่รอเราอยู่ คนกลุ่มนี้ก็เช่นกัน จะอยู่ในกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่จะยอมรับโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาเสนอตัวกับพนักงาน และมักจะไม่ค่อยปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นหลุดลอยไป ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมของพนักงานวัยหนุ่มสาว ที่เพิ่งจบการศึกษา มักจะทำหลายอย่างเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเอง เช่น ลองสมัครงานไว้หลายที่ และหลายลักษณะของงานด้วยซ้ำไป บางคนสมัครทั้งงานวิศวกร งานการเงิน งานพิธีกร งานบริการคนเครื่องบิน ฯลฯ คืออะไรที่เขาคิดว่าทำได้ เขาก็ไม่ทิ้งโอกาสเลย และเพื่อมีทางเลือกมากขึ้น ก็พร้อมที่จะเดินออกจากบริษัทของเราได้มากขึ้นเช่นกัน

 

  • ต้องการจะเป็นผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ ความคิดของคนรุ่นใหม่ที่เห็นมากขึ้นก็คือ ถ้าคนนั้นไม่มีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเองได้ ก็จะมีความคิดว่า จะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรอย่างรวดเร็วให้ได้ บางคนมองว่า จะต้องเป็นถึงระดับ C Level (COO, CFO, CHRO ฯลฯ) ให้ได้ภายในเวลา 5-8 ปี ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่คิดจะเป็นพนักงานกินเงินเดือน ก็มักจะหาลู่ทางในการทำงานที่ตนเองชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือแล้ว บางคนไม่ต้องการที่จะรับงานประจำ ก็มุ่งที่จะทำงานในลักษณะ Freelance ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบก็มี หลายคนก็มีงานทำตั้งแต่ยังเรียนอยู่ก็เยอะ จะสังเกตว่า ไม่เหมือนในอดีตที่เด็กจบมาส่วนใหญ่ก็มุ่งไปสมัครงานเป็นมนุษย์เงินเดือนทันที มีน้อยรายมากๆ ที่จะเบนเข็มไปเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งต่างจากแนวคิดของคนปัจจุบัน

 

  • คนเก่งๆ จะเป็นที่ต้องการตัวของตลาด พนักงานที่มีฝีมือ จะเป็นกลุ่มพนักงานที่มีอิทธิพลต่อการทำงานขององค์กรมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้เองบางองค์กรมีแค่เพียง 5% ที่เป็นคนคิดวางแนวทางในอนาคตขององค์กร ส่วนที่เหลือก็จะเป็นคนที่ทำตามแนวทางที่วางไว้ ซึ่งสังเกตว่า ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่จะต้องการพนักงานกลุ่มที่คิด หาโอกาส และหาช่องทางใหม่ๆ แนวทางใหม่ๆ ให้กับองค์กรมากกว่า คนที่เข้ามาทำงานตามคำสั่ง คนกลุ่มนี้ก็เลยเป็นที่ต้องการตัวมาก หลายองค์กรแย่งตัวพนักงานกลุ่มนี้กันมาก เพื่อที่จะเอาเข้ามาสร้างอนาคตให้กับองค์กรของเรา

ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปข้างต้น ก็เลยทำให้คนที่ทำงานทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยเช่นกัน อาทิเช่น

  • ดึงศักยภาพ และผลงานของพนักงานอย่างเต็มที่ เมื่อเราทราบว่า พนักงานจะอยู่กับเราไม่ค่อยนานนัก ดังนั้นสิ่งที่องค์กรควรจะทำก็คือ จะต้องหาวิธีการในการดึงเอาศักยภาพ และผลงานจากพนักงานที่มาทำงานกับเราออกมาให้ได้เร็วที่สุด จะค่อยๆ บริหารจัดการ ค่อยๆ ดูผลงาน และค่อยๆ พัฒนากันต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะยังไม่ทันทำอะไร พนักงานส่วนหนึ่งก็ลาออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว

 

  • มุ่งเน้นการบริหารไปที่คนที่มีคุณค่ากับองค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคนี้ ระบบทุกอย่างในงาน HR จะต้องมุ่งเน้นไปที่คนเก่ง และคนที่มีคุณค่ากับองค์กรมากกว่าที่จะมุ่งไปที่พนักงานทุกคนในอง์กร เราต้องหาพนักงานที่มีคุณค่าให้เจอ จากนั้นก็ต้องมีระบบในการบริหารจัดการ พัฒนา เก็บรักษา ทำให้เติบโตต่อไปในองค์กรของเราให้ได้

 

  • สร้างระบบการจัดการความรู้ในองค์กร เรื่องของ Knowledge Management ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเราไม่สามารถที่จะเก็บรักษาพนักงานไว้ได้นาน นั่นแปลว่า องค์กรของเราจะต้องมีระบบการบริหารความรู้ที่ดี ที่จะไม่ไปฝากอนาคตของบริษัทไว้กับความรู้และทักษะของพนักงานบางคน สิ่งที่ควรจะเป็นก็คือ เราหาพนักงานที่เหมาะสมกับเราเข้ามาทำงาน จากนั้นพนักงานก็เรียนรู้จากระบบการบริหารความรู้ของเราจนทำงานได้ และถ้าพนักงานลาออกไป เราก็สามารถหาคนใหม่เข้ามาทดแทนได้ทันที โดยที่ไม่ขาดช่วงในการทำงาน

 

  • สร้าง Network กับกลุ่มพนักงานเก่าขององค์กร หลายองค์กรไม่ทำสิ่งนี้ กล่าวคือ เมื่อไหร่ที่พนักงานลาออกจากองค์กรเราไป องค์กรก็จะไม่สนใจอีกต่อไป บางแห่งไม่มีนโยบายรับกลับมาทำงานอีกต่อไปก็มี ในที่นี้ขอว่าเป็นพนักงานที่ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับองค์กรนะครับ ในอนาคต เราอาจจะต้องลดความเข้มข้นของนโยบายเหล่านี้ลงบ้าง เพราะพนักงานคนที่ออกจากองค์กรเราไปนั้น ก็ยังถือว่าเป็นโอกาสขององค์กรที่จะรับกลับเข้ามาทำงานใหม่ได้ในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่องค์กรควรจะทำก็คือ สร้างระบบเครือข่ายของพนักงานเก่า และมีการติดตามว่าพนักงานที่ลาออกไปนั้น ไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เติบโตไปอย่างไรบ้าง เพราะวันหนึ่ง เราอาจจะต้องสรรหาคัดเลือกพนักงานกลุ่มนี้กลับเข้ามาทำงานอีกครั้งเมื่อโอกาสอำนวย

และสิ่งเหล่านี้มันก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น นักบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดี จะต้องอ่านภาพอนาคตให้ออก และศึกษาพฤติกรรมของพนักงานในภาพรวมของตลาดแรงงานว่าเป็นอย่างไร แนวโน้มจะเป็นอย่างไร และนำมาปรับระบบ และแนวทางในการบริหารจัดการคนขององค์กรของเราให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้ได้

มิฉะนั้นแล้ว องค์กรของเราจะค่อยๆ มีปัญหาเรื่องทรัพยากรบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ

One thought on “พฤติกรรมของมนุษย์เงินเดือนที่เปลี่ยนแปลงไป กับงาน HR ที่ต้องปรับตัวเสมอ

Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: