เมื่อหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์

เรื่องราวของหุ่นยนต์ที่เข้ามาทำงานแทนที่คน มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่เข้ามาทำงานทดแทนการทำงานของแรงงานในอุตสาหกรรม จนปัจจุบัน เริ่มเข้ามาทดแทนการทำงานในสำนักงานมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะนี้หุ่นยนต์มักจะเข้ามาทำงานในงานประเภทซ้ำๆ ทำแบบเหมือนเดิมตลอด หรืองานที่มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ก็จะเริ่มมีหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากหุ่นยนต์แล้ว โปรแกรมในการอำนวยความสะดวก ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้นเช่นกัน ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ ก็เข้ามาทำหน้าที่แทนพนักงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ อีกเช่นกัน

ในอดีตเราต้องจ้างพนักงานบัญชีเพื่อมาบันทึกบัญชีในทุกรายการ เพราะเราทำรายการเป็นเอกสาร แต่ปัจจุบัน โปรแกรมก็ช่วยเราในการทำให้ข้อมูลเข้าไปอยู่ในระบบตั้งแต่แรก จนไม่จำเป็นต้องมีพนักงานที่คอยบันทึกบัญชีอีกต่อไป

หรือแม้กระทั่งแวดวงธนาคารที่เริ่มมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอพพลิเคชั่น มือถือ เราสามารถชำระเงินค่าบริการ โอนเงิน ทำธุรกรรมทางการเงินแทบจะทุกเรื่องผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่ธนาคารเลย นั่นก็แปลว่า งานเจ้าหน้าที่ในธนาคารก็จะลดน้อยลงเมื่อเทียบกับในอดีต และแนวโน้มในอนาคตก็คือ จะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ

อีกหน่อยเวลาไปชอปปิ้ง และจะชำระเงินค่าสินค้า ก็ไม่จำเป็นต้องมีแคชเชียร์อีกต่อไป เพราะเราสามารถที่จะใช้เครื่องมือและโปรแกรมอันทันสมัยเหล่านี้เป็นช่องทางในการชำระเงินได้ทันที ที่สำคัญก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีการใช้เงินสด ไม่ต้องมานั่งนับเงิน รวบรวมเงินสดเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา

และถ้าหุ่นยนต์เริ่มเข้ามาแทนที่การทำงานของคนเรามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วคนเราจะทำอย่างไร มีหลายคนบอกว่า โอยอีกนานกว่ามันจะเข้ามา จริงๆ แล้วมันคงอีกไม่นาน แล้วคนเราจะต้องเปลี่ยนแปลงหรือต้องปรับตัวอย่างไร ถ้ายังอยากจะมีงานให้ทำอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องคิดก็คือ ทักษะอะไรที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสในการทำงานมากกว่าหุ่นยนต์ และไม่ถูกแทนที่การทำงานด้วยหุ่นยนต์นั่นเอง

  • ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หุ่นยนต์ส่วนใหญ่จะถูกป้อนโปรแกรมในการทำงานแบบซ้ำๆ ดังนั้นเรื่องของคามคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก็จะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเราสามารถที่พัฒนาตนเองให้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ คิดอะไรที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว้าวได้ตลอดเวลา แบบนี้ก็จะถูกหุ่นยนต์แทนที่ได้ยากหน่อย

 

  • ทักษะการแก้ปัญหา โดยเฉพาะกับปัญหาใหม่ๆ ที่ท้าทายและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็จะเห็นว่า คนเรานี่แหละที่เป็นผู้คิดและหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งบางปัญหานั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำไป แต่คนเราก็สามารถใช้มันสมองในการคิดค้น และแก้ไขมันได้

 

  • เข้าใจผู้อื่น ทักษะอีกด้านที่หุ่นยนต์ไม่มีก็คือ ความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเข้าใจอารมณ์ของคนอื่น บางคนแสดงออกอย่างหนึ่ง แต่ภายในเป็นอีกอย่างหนึ่งก็มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หุ่นยนต์และแอพพลิเคชั่นยังไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ของคนได้ง่ายๆ ดังนั้นใครที่มีความสามารถทางด้านความฉลาดทางอารมณ์ สามารถเข้าใจคนอื่น และเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ ก็จะเป็นที่ต้องการตัวมากขึ้นในอนาคต

 

  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา หุ่นยนต์เรียนรู้เองไม่ได้ ต้องมีคนเอาโปรแกรมมาใส่ให้ แต่คนเราสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดเวลา สามารถเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้มากขึ้นได้ สามารถพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าในอนาคตได้ ดังนั้นคนที่มีชอบที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ก็จะเป็นอีกคนที่น่าจะยังคงมีองค์กรต้องการ เพราะจะสามารถยกระดับความสำเร็จในการทำงานได้

ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่งก็คือ ถ้าใครยังคงชอบที่จะทำงานซ้ำๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่ชอบที่จะคิดอะไรใหม่ๆ เวลามีปัญหาอะไรก็มักจะโยนไปให้นายคิด หรือเวลานายมอบหมายงานให้คิด ก็ไม่ชอบ และไม่คิด เวลามีปัญหาก็ไม่อยากคิดหาทางแก้ไข รวมทั้งเวลาที่มีเรื่องราวใหม่ๆ หรือความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็ไม่อยากที่จะไปเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะอะไรอีกเลย

ผมคิดว่า คนแบบนี้ จริงๆ ก็เหมือนหุ่นยนต์ ซึ่งถ้าเรายังคงทำแบบนี้ต่อไป ก็คงจะถูกหุ่นยนต์แทนที่เข้าสักวันหนึ่ง

2 thoughts on “เมื่อหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์

Add yours

  1. เห็นในชัดว่าคนเขียนบทความไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลเรื่องนี้ จริงๆ ก่อนเขียน สิ่งนึงที่ผิดมหันในบทความคุณคือ “”ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หุ่นยนต์ส่วนใหญ่จะถูกป้อนโปรแกรมในการทำงานแบบซ้ำๆ “” หุ่นยนต์ในปัจจุบันที่กำลังเป็นเรื่อหือฮาน่าสนใจที่เขาสามารถทำออกมาได้แล้วแต่ยังอยู่ในขึ้นพัฒนา เรียกว่า Ai ซึ้งผมไม่อยากกธิบายยาว เอาเป็นว่า Ai มีลักษะการทำงานเหมือนสมองมุนษย์คือคิดเองได้ โดยที่เราไม่ต้องไปป้อนโปรแกรมให้มันซ้ำๆ มันพัฒนาตนเองได้ ลองหาข้อมูลดูครับ

    1. ขอบคุณมากนะครับสำหรับ comment แต่ถ้าจะดี ก็กรุณาระบุตัวตนที่แท้จริงด้วยก็จะดี เพราะจะได้ดูน่าเชื่อถือกับ comment ที่เขียนมาครับ
      ส่วนเรื่องของหุ่นยนต์ที่คิดเองได้นั้น ผมเองก็ศึกษาครับ มีหุ่นยนต์ที่สามารถเล่นโกะชนะมือหนึ่งของโลกแล้ว 3 รอบอันนี้ทราบดีครับ
      เพียงแต่ประเด็นที่ต้องการจะสื่อก็คือ ทำยังไงให้คนเรามีคุณค่ามากกว่าหุ่นยนต์ ที่คุณเขียนมาว่า หุ่นยนต์คิดได้เองนั้น ผมเห็นด้วย
      สิ่งที่จะบอกก็คือ ก่อนที่จะถึงวันนั้นแบบเต็มๆ คนเราจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร จะต้องเก่งกว่าหุ่นยนต์ให้ได้อย่างไรมากกว่านะครับ

      อย่างไรก็ดีขอบคุณนะครับสำหรับ Comment ที่ไม่ระบุตัวตนแบบนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: