เรื่องไหนสำคัญจริง หรือไม่จริง ดูที่พฤติกรรมของผู้บริหารก็พอจะมองออก

เรื่องของการปรับเปลี่ยนนโยบายทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลใหม่ขององค์กรนั้น ในช่วงแรกๆ เป็นเรื่องที่ยากเอาการพอดู เช่นเวลาที่จะเปลี่ยนจากการที่ไม่เคยมีระบบ HR มาเป็นมีระบบมากขึ้น หรือการที่เคยมีระบบอยู่แบบหนึ่ง แล้วจะเปลี่ยนแปลงไปอีกแบบหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะพนักงานทุกคนจะสังเกตพฤติกรรมของผู้บริหารอยู่เหมือนกัน ว่าให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง

ตัวอย่างที่เจอมากับตัวเอง ก็คือ ระยะหลังๆ จะมีองค์กรที่ให้ความสนใจกับระบบการบริหารผลงานมากขึ้น หลายองค์กรต้องการเปลี่ยนจากระบบประเมินผลงานที่จริงๆ แล้วมองผลงานพนักงานไม่ออกเลย มาเป็นระบบบริหารผลงาน ที่เน้นความสำเร็จขององค์กรเป็นหลัก และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาพนักงาน รวมทั้งจะต้องมีมาตรการในการสื่อสารเรื่องของผลงานระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องอยู่เป็นระยะๆ หรือที่เราเรียกว่า Feedback

องค์กรที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบ HR สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

  • ผู้บริหารอยู่และเข้าร่วมในกิจกรรมและการสัมมนาทุกรายการ เรื่องนี้ ก็เห็นมากับตัวเองเช่นกัน ผู้บริหารระดับ CEO และบรรดามือรองๆ ทั้งหมด ต่างเข้าร่วมการอบรมสัมมนาทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง การแสดงออกแบบนี้ทำให้พนักงานเริ่มเห็นว่า ผู้บริหารเอาจริงนะ จะมาเล่นๆ ไม่ได้ พนักงานบางคนคิดว่า มันก็คงเป็นแค่เพียงเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป พอได้เห็นผู้บริหารระดับสูงแสดงออกแบบนี้ ก็ไม่กล้าที่จะคิดแบบนั้นอีกต่อไป

 

  • ผู้บริหารระดับสูงเริ่มต้นในการทำเป็นตัวอย่างให้เห็นก่อน เช่นระบบบริหารผลงานที่ผู้บริหารจะต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร และจะต้องถ่ายทอดลงมายังหน่วยงาน และตำแหน่งงาน กลุ่มผู้บริหารก็มีความกระตือรือร้นที่จะสร้างตัวชี้วัดผลงานขององค์กรออกมา เพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการกระจายผลงานลงสู่หน่วยงานต่างๆ ได้อย่างตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ ไม่เหมือนกับบางองค์กรที่บอกว่าให้ความสำคัญในเรื่องการตั้งตัวชี้วัดผลงาน จะกระทั่งระบบทั้งหมดเสร็จแล้ว ตัวชี้วัดระดับองค์กรยังไม่ออกมาให้เห็นเลย ก็เลยทำให้พนักงานแต่ละระดับไม่สามารถที่จะกำหนดเป้าหมายผลงานที่สอดคล้องกับองค์กรได้เลย ผู้บริหารยังมาบอกอีกนะครับว่า ให้ระดับล่างๆ ทำขึ้นมาก่อน เดี๋ยวเขาจะปิดท้ายให้เอง แบบนี้มันจะใช้ได้หรือ

 

องค์กรที่ผู้บริหารระดับสูงพูดว่าให้ความสำคัญแต่พฤติกรรมไม่ได้แสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญ

  • ผู้บริหารไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น เช่นบอกว่า เรื่องนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลสำคัญ จะมีการสร้างระบบการทำงานใหม่ ซึ่งต้องมีการประชุม และมีการอบรมเพื่อให้ความรู้ในเรื่องนี้ ผู้บริหารก็มาแค่เพียงเปิดรายการ จากนั้น ก็จะขอตัวไปประชุม (อ้างว่าไปประชุมแต่จริงๆ แล้วไปไหนเราก็ไม่ทราบ) ยิ่งไปกว่านั้น บางรายการผู้บริหารระดับสูงไม่เคยแสดงตัวตนให้กับพนักงานเห็นเลยก็มี ทั้งๆ ที่ประกาศว่าเป็นเรื่องสำคัญ และอยากให้พนักงานทุกคนตระหนักและเข้าใจให้มากที่สุด

 

  • ไม่เคยทำอะไรให้เห็นเป็นตัวอย่าง ผู้บริหารที่มักจะพูดอย่างเดียวว่า เรื่องนั้น หรือ เรื่องนี้สำคัญมาก อยากให้ทุกคนเปลี่ยนแปลง แต่ตัวเองกลับแสดงพฤติกรรมให้เห็นว่า ตนเองก็เปลี่ยนแปลงแล้ว เช่น บางองค์กรเอาระบบ 5ส มาใช้ และพยายามที่จะให้พนักงานทุกคนเห็นความสำคัญและดำเนินการตาม แต่ผู้บริหาระดับสูงกลับไม่ใส่ใจเสียเอง บางองค์กรมีนโยบายอยากให้มีการ Feedback ผลงานกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง แต่ผู้บริหารก็ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าตนเองมีการพูดคุย Feedback ผลงานกับลูกน้องของตนเอง เป็นต้น

อาจารย์ประสิทธิ ตันสุวรรณ ซึ่งเป็นกูรู และเป็นอาจารย์ที่ผมเคารพรักคนหนึ่ง ได้เคยเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ท่านได้เคยพบเจอมาในหนังสือ “พลิกมุมคิด” ในกรณีที่มีองค์กรหนึ่งกำลังจะใช้นโยบายในเรื่องของคุณภาพ CEO ก็ไปเชิญ ดร.เดมมิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นกูรูทางด้านการบริหารคุณภาพของโลกเลย ให้เข้ามาบรรยาย และให้ความรู้แก่พนักงานของตน ซึ่ง CEO ก็มองว่าเป็นเรื่องสำคัญ

พอถึงวันอบรม CEO ก็มาเปิดงาน และขณะที่กำลังเปิดงานนั้น ก็ได้กำชับให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และขอให้ตั้งใจฟังการบรรยายในครั้งนี้ และนำเอาความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับองค์กรของเรา เมื่อพูดจบก็ได้แนะนำ ดร.เดมมิ่งด้วยตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน เป็นกูรูทางด้านไหน และกว่าจะเชิญมาได้นั้นมันยากเย็นแค่ไหน จากนั้นก็เชิญ ดร.เดมมิ่งขึ้นบรรยายต่อจากการเปิดงานของ CEO ตัว CEO เองก็เดินลงจากเวทีไป และมุ่งหน้าออกจากห้องประชุมเพื่อที่จะเดินทางไปอีกที่หนึ่ง

แกเดินจากเวทีลงไปได้สักครึ่งทาง ก็ยังไม่ได้ยินเสียง ดร.เดมมิ่ง บรรยายสักที และสังเกตว่า ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในห้องประชุม ไม่ได้มองไปที่เวที แต่มองตามมาที่ตัวแก และด้านหลังของแก ซึ่ง ดร.เดมมิ่งกำลังเดินตามแกมาติดๆ

CEO ก็เลยหยุดเดินแล้วถามว่า ทำไมอาจารย์ไม่บรรยายบนเวที ดร.เดมมิ่งก็ตอบว่า ก็เพราะมันไม่สำคัญจริงๆ ก็เลยไม่พูดและไม่บรรยาย

ตัว CEO ก็ตอบกลับไปว่า เรื่องนี้สำคัญต่อบริษัทมาก ถึงได้เชิญ ดร.เดมมิ่งมาบรรยายด้วยตัวเองเลย

ดร.เดมมิ่งตอบกลับไปว่า “ถ้าสำคัญจริงๆ ทำไมตัว CEO เองถึงไม่อยู่ฟังด้วยล่ะ”

จากนั้น ตัวCEO เองก็เลยต้องเดินกลับมานั่งฟังการบรรยายร่วมกับพนักงานและผู้บริหารท่านอื่นจนจบวัน

พฤติกรรมแบบนี้มันคุ้นๆ มั้ยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: