บ้านก็คือบ้าน ออฟฟิศก็คือออฟฟิศ ควรแยกจากกันหรือเปล่า

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างมากมาย ในการบริหารจัดการก็เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมากมาย จากอดีตที่ไม่คิดว่าจะเกิดการทำงานบางอย่างขึ้นได้ แต่ปัจจุบันก็เกิดขึ้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้ยินผ่านหูผ่านตาเสมอ ก็คือ เรื่องของการทำงานจากที่บ้าน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Work from Home นั้น ในยุคนี้มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

ถ้าไปสอบถามคนยุค Baby Boom ทุกคนนึกไม่ออกว่า การทำงานที่บ้านจะทำได้อย่างไร ยุคนั้นสถานที่ทำงาน ก็คือ สถานที่ทำงาน บ้านก็คือบ้าน แยกกันอย่างชัดเจน เวลาที่เลิกงานกลับบ้าน ก็ไม่สามารถที่จะนำเอางานกลับมาทำด้วยได้มากนัก เพราะสมัยก่อนทำงานมีแต่เอกสารมากมาย การจะแบกเอาเอกสารไปๆ มาๆ มันก็ไม่สะดวก ถ้าใครที่ทำงานไม่เสร็จ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ทำงานกันต่อกันจนดึกดื่น ค่อยกลับบ้านกัน สภาพการทำงานแบบนี้ เริ่มเห็นน้อยลงในปัจจุบัน

สิ่งที่เราเริ่มเห็นมากขึ้นก็คือ พนักงานเริ่มทำงานกันตรงเวลา และเลิกงานก็ตรงเวลาเป๊ะ จะไม่ค่อยมีใครอยู่ทำงานต่อจนดึก (อาจจะมีบางบริษัทที่ยังคงเป็นแบบนี้ แต่แนวโน้มก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น)

ผมเคยสอบถามพนักงานยุคปัจจุบัน ว่า ทำไมไม่นั่งทำงานต่อที่บริษัท ทำไมพอถึงเวลาเลิกงานก็เลิกทันที และรีบออกจากบริษัทกันเลย คำตอบมีหลายแนว ก็เช่น เวลางานก็คือเวลางาน หมดเวลางาน ก็ไม่ทำงานต่อ บางคนก็ตอบว่า ตอนนี้เวลาไหนๆ ก็ทำงานได้หมด และสามารถทำงานได้ทุกที่อีกด้วย ดังนั้น ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องนั่งทำงานในบริษัท ออกมาใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง ถึงบ้านเดี๋ยวก็หยิบงานมาทำได้อยู่ดี ฯลฯ

และแนวโน้มที่เกิดขึ้นในยุคนี้ก็คือ บ้านกับบริษัท เริ่มนำมาปะปนกันมากขึ้น เริ่มที่จะสอดรับประสานกันมากขึ้น จนบางคนแยกไม่ออกว่า นี่คือบ้าน หรือที่ทำงานกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายในการทำงานของหลายบริษัท (ในบางหน่วยงาน) ก็เริ่มให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้แล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ 100% ก็ตาม

กลุ่ม Start up ปัจจุบัน ก็ไม่มีออฟฟิศ ส่วนใหญ่ก็คือ ทำงานจากที่บ้านกันเลย คำถามก็คือ บ้านกับที่ทำงานมันควรจะแยกจากกัน หรือมันควรจะเอามาผสมผสานกันดี

กลุ่มสนับสนุนการทำงานที่บ้าน ให้เหตุผลในเชิงบวกว่า

  • สามารถบริหารเวลาได้อย่างยืดหยุ่น จะทำงานเวลาไหนก็ได้ จะสั้น จะยาวนานแค่ไหน ก็สามารถทำได้หมด
  • บางงานไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งทำงานที่บริษัท ทำงานจากบ้านก็มีสมาธิดี ไม่ถูกรบกวนจากคนรอบข้าง
  • ทำให้งานออกมาดี มีประสิทธิภาพมากกว่า การไปนั่งทำงานที่บริษัท (คนที่มีวินัยตอบแบบนี้)

กลุ่มที่สนับสนุนการทำงานที่ออฟฟิศ ให้เหตุผลในเชิงบวกว่า

  • การทำงานปกติย่อมต้องเกิดปัญหาในการทำงาน การที่เราได้มาเจอกัน มาคุยกัน มาถกเถียงกันในการทำงาน มันทำให้เราหาทางออกที่ดีกว่า การคิดคนเดียวเสมอ
  • ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยเกิดจากการทำงานคนเดียวที่บ้าน แต่เกิดจากการประชุมกลุ่ม และการทะเลาะ ถกเถียงกันมากกว่า
  • เกิดความผูกพันกับบริษัท กับนาย กับเพื่อนร่วมงาน
  • มีจุดมุ่งหมายที่จะไปในทางเดียวกัน มีการเชื่อมโยงกันในการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบร่วมกัน เอื้อเฟื้อกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อให้งานสำเร็จ
  • ทำงานหลายคนสนุกกว่าการทำงานอยู่กับบ้านคนเดียว (มันเหงา)

มุมมองผมเองคิดว่า มันขึ้นอยู่กับตัวงาน และตัวองค์กรเอง ว่าเป็นรูปแบบใด บางรูปแบบที่มีคนน้อยมาก ก็อาจจะอยู่บ้านทำงานน่าจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ดี ผมเห็นด้วยกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม การได้คุยกันถกเถียงกัน เพื่อหาทางออก ดังนั้น องค์กรที่เน้นการทำงานที่บ้าน ก็จะไม่ใช่อยู่บ้านตลอดทุกวัน แต่จะมีการจัดประชุมเพื่อพูดคุยกัน เพื่อหารือการทำงานร่วมกัน และที่สำคัญก็คือ เพื่อให้เกิดความผูกพันกัน ในฐานะที่ทำงานในองค์กรเดียวกัน

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า How google works ที่เขียนโดยผู้บริหารของ Google เอง ผู้บริหารของ Google มองว่า

  • การทำงานต้องทำที่สถานที่ทำงาน ไม่ใช่ที่บ้าน แต่ที่ทำงานจะต้องสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน มาทำงานแล้วมีความสุข ดังนั้น Google ก็เลยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานไว้มากมาย เพื่อเป็นการสนับสนุนให้พนักงานรู้สึกดี มีความสุขในการที่จะมาทำงาน และพร้อมที่จะทำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่

 

  • ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการนั่งคุยกัน ด้วยเหตุนี้ Google จึงจัดให้มีพื้นที่สำหรับการพูดคุย การประชุมกัน อีกทั้ง บางครั้ง ความคิดดีๆ ก็เกิดจากการที่เราเดินมาเจอเพื่อร่วมงานในบริษัท ตามทางเดิน แล้วก็คุยกันถึงเรื่องโครงการใหม่ๆ ผู้บริหาร Google เขียนไว้ว่า โครงการดีๆ ของ Google เกิดขึ้นได้ก็ด้วยวิธีการนี้หลายโครงการอยู่เหมือนกัน

 

  • สถานที่ทำงานไม่ควรจัดพื้นที่แยกจากกันเป็นฝ่ายๆ เหมือนเป็นการสร้างอาณาจักรของตนเอง โดยไม่มองคนอื่นหรือหน่วยงานอื่น การทำงานยุคนี้ ต้องมีการพูดคุยกัน เพราะการส่งมอบสินค้าและบริการให้ลูกค้านั้น ไม่ได้เกิดจากฝ่ายงานใดฝ่ายงานหนึ่งเท่านั้น แต่มันเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายๆ ฝ่ายในบริษัท ดังนั้น ที่ Google จึงไม่นิยมการจัดสถานที่ทำงานแยกเป็นฝ่ายๆ หรือแยกเป็นคอกๆ ออกจากกัน แต่จะเป็นสถานที่ทำงานแบบเปิด และทุกฝ่ายนั่งทำงานอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะฝ่ายที่จะต้องคุยงานกันเป็นประจำ เช่นฝ่ายขาย และฝ่ายการตลาด ฝ่ายออกแบบ เป็นต้น

เท่าที่อ่านดูจากหนังสือเล่มนี้ เขาไม่ค่อยสนับสนุนให้พนักงานทำงานกันจากที่บ้าน เพราะมันมีข้อจำกัด และข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่เขาจะทำบริษัทให้เหมือนบ้าน พนักงานจะได้อยากมาทำงาน และสร้างผลงานที่ดี

แต่อย่างว่านะครับ ทุกบริษัทไม่ใช่จะใหญ่โตแบบ Google ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของท่านในฐานะ HR และผู้บริหารขององค์กรที่คงต้องคิดและหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานของบริษัทตนเอง ว่าจะทำงานกันที่บ้าน หรือมาทำงานกันที่บริษัท ก็คงต้องไม่ลืมคิดถึงเรื่องความผูกพันกันของพนักงาน การทำงานเป็นทีม และเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: