นิทานสอนใจ กุหลาบช่อใหญ่

แต่ละสัปดาห์ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหนื่อยก็พักบ้างนะครับ ระยะหลังๆ มานี้ ผมได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า แต่จริงๆ ก็คือ ไม่ได้เป็น แต่เป็นการเหนื่อยล้าจากการทำงานมากไป ก็เลยเกิดความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันศุกร์ ก็เลยพยายามจะหานิทาน หรือ เรื่องราวดีๆ มาให้อ่านกัน เพื่อที่จะให้เกิดความสบายใจได้บ้างไม่มากก็น้อย

วันนี้นำเอาเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านอีกเรื่องหนึ่ง ผมนำมาจากเว็บ http://greatstory.exteen.com/ และเป็นนิทานดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งจาก หนังสือนิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ลองอ่านกันดูนะครับ

ตั้งแต่พ่อของเคนตายไป แม่ก็ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงเคน และส่งเขาเข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ เคนเป็นเด็กจิตใจดี เชื่อฟังพ่อแม่ และเรียนเก่ง ซึ่งทำให้แม่ของเขามีกำลังใจทำงานหนัก เพื่อลูกคนนี้โดยไม่เคยปริปากบ่น

เคนรู้ว่าแม่เหนื่อยเพื่อเขามาก ดังนั้น เขาจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้เท่ากับที่แม่ต้องทำงานหนัก ในที่สุดเคนก็เรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยคะแนนยอดเยี่ยม แล้วเข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่คนละรัฐกับบ้านของเขา

“ไปเถอะลูก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่อยู่ได้ อนาคตของลูกสำคัญกว่า” แม่ของเคนยิ้มบอก “แล้วผมจะหมั่นกลับบ้านมาเยี่ยมแม่นะครับ” เคนพูดแล้วกอดลาแม่

เมื่อต้องจากแม่ไปอยู่คนละรัฐแล้ว เคนก็หาเวลากลับมาหาแม่ที่บ้านบ่อยๆ แต่นานวันเข้า งานที่ได้รับมอบหมายก็มากมายเสียจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เคนยังระลึกถึงแม่เสมอ

แต่ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ทำให้เขาเบื่อหน่ายการเดินทางข้ามรัฐ ในที่สุดเขาก็หาทางออกด้วยการส่งสิ่งของต่างๆ ไปให้แม่ที่บ้าน เพื่อให้แม่ชื่นใจและรับรู้ว่า เขายังรักแม่เสมอ

วันหนึ่งเคนนึกขึ้นได้ว่า พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของแม่ ดังนั้น พอเลิกงานแล้ว เคนจึงวิ่งไปที่ร้านขายดอกไม้ตรงข้ามบริษัทเพื่อสั่งดอกกุหลาบช่อใหญ่ แล้วใช้บริการส่งข้ามรัฐไปให้แม่ แต่ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในร้าน เคนก็สังเกตเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังยืนมองเข้าไปในร้านดอกไม้ด้วยความเศร้าหมอง เคนสนใจอยากช่วยเหลือ จึงเดินไปที่เด็กคนนั้นและถามอย่างใจดีว่า

“หนูจ๋า หนูเป็นอะไร ทำไมทำหน้าเศร้าหมองอย่างนี้ล่ะ”

เด็กหญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเคนแล้วตอบว่า “หนูอยากซื้อดอกกุหลาบช่อเล็กๆ ไปให้คุณแม่ของหนูค่ะ แต่หนูมีเงินไม่พอ” พลางแบมือที่กำเงินออก “หนูมีเหรียญห้าแค่เหรียญเดียว แต่ดอกไม้ช่อเล็กที่สุดต้องใช้เหรียญสิบซื้อ…วันนี้เป็นวันเกิดของคุณแม่ คุณแม่ชอบดอกกุหลาบ…” เด็กหญิงเสียงสั่นเครือในตอนท้าย

“โถ ไม่ต้องเศร้าไปนะจ๊ะ” เคนรีบปลอบเด็กหญิง “หนูเป็นเด็กดี คิดถึงพ่อแม่…เอาอย่างนี้ พี่จะช่วยออกส่วนที่เหลือให้หนูเองนะ ถือเป็นของขวัญร่วมกันของเราสองคนมอบให้คุณแม่ของหนูเนื่องในวันเกิด”

เด็กหญิงยิ้มแป้น และกล่าวคำขอบคุณเคนเป็นการใหญ่ เธอดีใจที่ในที่สุดก็มีดอกกุหลาบไปให้แม่ในวันเกิด เคนจึงพาเด็กหญิงเข้าไปในร้าน เขาสั่งดอกกุหลาบช่อใหญ่ให้แม่ของตัวเอง พร้อมกับสั่งให้ร้านส่งไปให้ถึงมือแม่ในวันรุ่งขึ้น จากนั้นจึงซื้อดอกกุหลาบช่อเล็กๆ ให้แก่เด็กหญิง

  “หนูจะไปไหนต่อจ๊ะ” เคนถามเด็กหญิงเมื่อทั้งสองพากันเดินออกมาจากร้านแล้ว

   “หนูจะเอาดอกกุหลาบไปให้คุณแม่ค่ะ รอรถเมล์ที่ป้ายข้างหน้าก็ไปถึงแล้ว” เด็กหญิงตอบยิ้มๆ

“ให้พี่ไปส่งหนูดีกว่า” เคนอาสา เมื่อช่วยแล้วเขาก็อยากจะช่วยให้ตลอด “พี่มีรถ หนูจะได้ไม่ต้องคอยรถเมล์นาน คุณแม่จะได้เห็นดอกกุหลาบของหนู และดีใจเร็วๆ ไง”

เด็กหญิงตอบรับคำชวน เธออยากให้แม่เห็นดอกกุหลาบช่อสวยไวๆ

เคนขับรถไปตามทางที่เด็กหญิงบอก แต่ยิ่งขับไปไกล ทางก็ยิ่งเปลี่ยว จนเขาไม่คิดว่า จะมีบ้านคนอยู่ได้ แต่แล้วเด็กหญิงก็บอกให้เคนหยุดรถ เคนมองสถานที่นั้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเด็กหญิงเข้าไปในนั้น

“หนู..ที่นี่..” เขาถามพลางหันซ้ายแลขวา ไม่มีบ้านคนอยู่ในนั้น เพราะที่นั่นคือ สุสานซึ่งเต็มไปด้วยหลุมฝังศพ เด็กหญิงเดินทางมาหยุดที่หลุมศพหนึ่งแล้ววางช่อกุหลาบลงหน้าหลุมศพนั้น ก่อนจะหันมาบอกเคนว่า

“คุณแม่ของหนูอยู่ที่นี่ค่ะ”

เคนมองที่รูปที่ติดอยู่หน้าหลุมศพด้วยความตกตะลึง ผู้หญิงในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายเด็กหญิงมาก

“แม่ของหนู..เสียนานแล้วหรือ” เขาถามเสียงเบา

“ปีกว่าแล้วค่ะ แต่หนูยังคิดถึงแม่ทุกวัน และนำดอกกุหลาบมาให้แม่บ่อยๆ” เด็กหญิงตอบ เคนรู้สึกใจหายวาบ

หลังจากนั้น เคนก็แวะไปส่งเด็กหญิงที่บ้านแล้วรีบขับรถกลับไปร้านดอกไม้อีกครั้ง

“ผมขอยกเลิกคำสั่ง” เคนบอกเจ้าของร้าน

  “คุณจะไม่เอาดอกไม้ที่สั่งไว้แล้วหรือคะ” เจ้าของร้านถาม

เคนยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่ใช่ครับ ผมยังเอาดอกกุหลาบช่อนั้นเหมือนเดิม แต่ยกเลิกคำสั่งที่จะให้ทางร้านนำไปส่งให้ เพราะพรุ่งนี้ผมจะลางานแล้วเอาดอกกุหลาบไปให้แม่ด้วยตัวของผมเอง”

 

 

       บทสรุปของผู้แต่ง

คงไม่มีใครปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า พ่อแม่คือผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตของลูก เมื่อเรายังเล็ก เราก็รักพ่อแม่ และคิดว่าคำกล่าวนี้ช่างจริงแท้ เพราะเราต้องพึ่งพาท่านในทุกๆ เรื่อง แต่เมื่อเติบใหญ่จนเราเริ่มดูแลตัวเองได้ หาเงินเองได้ มีหน้าที่การงานมั่นคง มีครอบครัวเป็นของตัวเอง เราก็มักจะหลงลืมท่านไป แต่พ่อแม่จะไม่มีวันลืมเรา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ช่างเป็นความรักที่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

ถ้าใครยังมีพ่อแม่ ขอให้รักท่านมากๆ และหมั่นไปมาหาสู่ท่านบ่อย ๆ ให้ความรักแก่ท่านเหมือนที่ท่านเคยฟูมฟักให้แก่เรา อย่ารอให้ท่านจากไป แล้วจึงคิดทำสิ่งต่าง ๆ ให้ท่าน เพราะเราไม่รู้หรอกว่า สิ่งเหล่านั้นจะไปถึงท่านจริงๆ หรือไม่ แต่ความรักความห่วยใยที่เรามอบให้ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ย่อมไปถึงพ่อแม่ของเราอย่างแน่นอน

       อย่าลืมว่า มีคนที่รักเรามากที่สุดกำลังรอกอดเราอยู่…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: